งาน
- รายงานและเขียน BLOG : IT News
- ศึกษาและรายงานเทคโนโลยีที่น่าสนใจตามที่ได้รับมอบหมาย
งานที่มอบหมาย วันอังคารที่ ๕ ส.ค. และมีกำหนดนำเสนอหน้าชั้นเรียน วันศุกร์ที่ ๘ ส.ค. คือ
“นำเสนอข่าวไอซีที ” โดยมีัหัวข้อตามที่ได้หารือกันแล้ว แยกตามกลุ่มได้ดังนี้
รายชื่อกลุ่ม
กลุ่มที่ ๑
- สารสิน
- เบญจพล [เบญ]
- ธงชัย
กลุ่มที่ ๒ ภาษาอังกฤษ
- ชวนันท์ [โดม]
- อนุชิต [เต้]
- พิเชษฐ์
กลุ่มที่ ๓
- อรสา
- พรรณวิไล
- ธวัลยา
กลุ่มที่ ๔ ภาษาอังกฤษ
- สุนันทา
- ตรีรัตน์ [เก๋]
- อัปสร
กลุ่มที่ ๕ [ เขียน BLOG แล้ว เมื่อ ๑๖ ส.ค. กำหนดนำเสนอ ๑๙ ส.ค. ]
- ธัญยธรณ์
- เกศสุดา
กลุ่มที่ ๖ [ ยังไม่ได้เขียน BLOG & รายงาน และ "เงียบ" ] ณ วันอาิทิตย์ที่ ๑๗ ส.ค.
- เขมินทร์
- พงศกร
ตัวอย่างการเขียน BLOG รายงาน ข่าว IT
รายงานข่าว ครั้งที่ …..
หมายเลขกลุ่ม …………………………….
ชื่อสมาชิกในกลุ่ม …………………………….
หัวข้อข่าว …………………………..
URL …………………………….
เนื้อหาสรุป………………………………………………………………………………………………………………..
บทวิเคราะห์ ………………………………………………………………………………………….
รายงานข่าว ครั้งที่ 1
หมายเลขกลุ่ม [2] เป็นข่าวภาคภาษา English
ชื่อสมาชิกในกลุ่ม ชวนันท์, อนุชิต , พิเชษฐ์
หัวข้อข่าว : NETWORKING Alcatel-Lucent takes a ‘quantum leap’
URL : http://www.bangkokpost.com/060808_Database/06Aug2008_data008.php
เนื้อหา :
Alcatel-Lucent ได้ผลิต Router รุ่นใหม่ออกมาซึ่ง Router ตัวนี้ได้ใช้ Chip FP2 ซึ่งรองรับความเร็วที่ 100 กิกกะบิต (Gbps) และ 112 เป็นการกระจายการประมวลผล ซึ่งใช้ระบบ “quantum leap” ในการเปลี่ยนแปลงส่วนกลาง เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2003 เป็น chip FP1 รองรับความเร็วที่ 20 กิกกะบิต (Gbps) และเมื่อเปรียบเทียบคุณภาพสินค้ากับบริษัทคู่แข่ง Router 10g port ของ Alcatel-Lucent ใช้ไฟเพียง 90 วัต ซึ่งบริษัทของคู่แข่งใช้ไฟ 140 ถึง 200 วัต
บทวิเคราะห์ :
สินค้าตัวนี้เป็นการรองรับความเร็วของเน็ตในอนาคตซึงใช้ความเร็วสูงๆได้ เพื่อให้ได้การตอบสนองของการใช้งานมากขึ้น เพื่อความรวดเร็วในการใช้งาน
รายงานข่าวกลุ่ม [3]
สมาชิกของกลุ่ม อรสา,พรรณวิไล,ธวัลยา
หัวข้อข่าว ไมโครซอฟท์มุ่งส่งเสริมให้ผู้บริโภคใช้ซอฟต์แวร์อย่างคุ้มค่า ส่ง Microsoft Office Home and
Student 2007 ราคาพิเศษเพิ่มทางเลือกให้ลูกค้า
URL : http://www.ryt9.com/news/2008-08-04/40658520/
เนื้อหาโดยสรุป
บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) ได้ส่งเสริมให้ผู้บริโภคใช้ซอฟต์แวร์ Microsoft Office Home and student 2007 ลิขสิทธิ์ของแท้ในราคา 3,250 บาท ต่อซอฟต์แวร์ 1 ลิขสิทธิ์ และอนุญาตให้ติดตั้งกับเครื่องคอมพิวเตอร์ 3 เครื่องโดยสงวนสิทธิ์ โดยมุ่งเน้นกลุ่มลูกค้าที่เป็นผู้ใช้งานตามบ้านและกลุ่มนักเรียนนักศึกษาที่อยู่ภายในครัวเรือนเดียวกัน ทั้งนี้บริษัท ไมโครซอฟท์ ยังต้องการให้ผู้บริโภคได้รับประโยชน์จากการใช้ซอฟต์แวร์ที่ถูกต้องตามลิขสิทธิ์ซึ่งจะทำให้ผู้บริโภคมั่นใจได้ว่าคอมพิวเตอร์ของผุ้ใช้เองปลอดภัยและยังมีผู้ให้คำปรึกษาในกรณีที่เกิดปัญหาต่างๆ
บทวิเคราะห์: ในกรณีที่บริษัท ไมโครซอฟท์ ได้มีแคมปญนี้ออกมาให้ลูกค้าเพื่อเป็นการกระตุ้นแรงจูงใจในการใช้สินค้าที่ถูกลิขสิทธิ์แต่เนื่องจากผู้บริโภคส่วนใหญ่นิยมที่จะซื้อซอฟต์แวร์ไม่ถูกลิขสิทธิ์เนื่องจากมีราคาถูกกว่า ทั้งนี้ยังเห็นว่ากลุ่มผู้ใช้งานส่วนใหญ่น่าจะเป็นผู้ใช้งานที่อยู่ตามบริษัทเอกชน สถานที่ราชการ หรือกลุ่มของสถานศึกษามากกกว่ากลุ่มของผู้ที่ใช้งานตามบ้าน กลุ่มของนักเรียนและนักศึกษาซึ่งอาจจะมีส่วนน้อยที่จะมีกำลังในการซื้อซอฟต์แวร์ที่ลิขสิทธิ์ของแท้ จะเป็นการดีกว่าถ้ามีแคมเปญที่มุ่งไปในส่วนงานของบริษัทเอกชน สถานที่ราชการ หรือกลุ่มของสถานศึกษา และให้ส่วนลดหรือโปรโมชั่นที่น่าสนใจกว่านี้
รายงานข่าวกลุ่ม [3]
สมาชิกของกลุ่ม อรสา,พรรณวิไล,ธวัลยา
หัวข้อข่าว ไมโครซอฟท์มุ่งส่งเสริมให้ผู้บริโภคใช้ซอฟต์แวร์อย่างคุ้มค่า ส่ง Microsoft Office Home andStudent 2007 ราคาพิเศษเพิ่มทางเลือกให้ลูกค้า
URL : http://www.ryt9.com/news/2008-08-04/40658520/
เนื้อหาโดยสรุป
บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) ได้ส่งเสริมให้ผู้บริโภคใช้ซอฟต์แวร์ Microsoft Office Home and student 2007 ลิขสิทธิ์ของแท้ในราคา 3,250 บาท ต่อซอฟต์แวร์ 1 ลิขสิทธิ์ และอนุญาตให้ติดตั้งกับเครื่องคอมพิวเตอร์ 3 เครื่องโดยสงวนสิทธิ์ โดยมุ่งเน้นกลุ่มลูกค้าที่เป็นผู้ใช้งานตามบ้านและกลุ่มนักเรียนนักศึกษาที่อยู่ภายในครัวเรือนเดียวกัน ทั้งนี้บริษัท ไมโครซอฟท์ ยังต้องการให้ผู้บริโภคได้รับประโยชน์จากการใช้ซอฟต์แวร์ที่ถูกต้องตามลิขสิทธิ์ซึ่งจะทำให้ผู้บริโภคมั่นใจได้ว่าคอมพิวเตอร์ของผุ้ใช้เองปลอดภัยและยังมีผู้ให้คำปรึกษาในกรณีที่เกิดปัญหาต่างๆ
บทวิเคราะห์:
ในกรณีที่บริษัท ไมโครซอฟท์ ได้มีแคมเปญนี้ออกมาให้ลูกค้าเพื่อเป็นการกระตุ้นแรงจูงใจในการใช้สินค้าที่ถูกลิขสิทธิ์แต่เนื่องจากผู้บริโภคส่วนใหญ่นิยมที่จะซื้อซอฟต์แวร์ไม่ถูกลิขสิทธิ์เนื่องจากมีราคาถูกกว่า ทั้งนี้ยังเห็นว่ากลุ่มผู้ใช้งานส่วนใหญ่น่าจะเป็นผู้ใช้งานที่อยู่ตามบริษัทเอกชน สถานที่ราชการ หรือกลุ่มของสถานศึกษามากกกว่ากลุ่มของผู้ที่ใช้งานตามบ้าน กลุ่มของนักเรียนและนักศึกษาซึ่งอาจจะมีส่วนน้อยที่จะมีกำลังในการซื้อซอฟต์แวร์ที่ลิขสิทธิ์ของแท้ จะเป็นการดีกว่าถ้ามีแคมเปญที่มุ่งไปในส่วนงานของบริษัทเอกชน สถานที่ราชการ หรือกลุ่มของสถานศึกษา และให้ส่วนลดหรือโปรโมชั่นที่น่าสนใจกว่า
จากกลุ่มที่ 4 เป็นข่าวภาคภาษา English
สุนันทา, ตรีรัตน์ , อัปสร
จะนำเนื้อหาการรายงาน มาลงใน BLOG ต่อไป
วันนี้รายงานกันดีมากครับ ทุกกลุ่มเลย
จาก ชวนันท์ กลุ่มที่ 1
ขอให้นักศึกษากลุ่มที่ ๑ และ ๔ เร่งนำรายงานข่าวที่นำเสนอหน้าชั้นแล้ว มาขึ้น BLOG โดยเร็วที่้สุด ใ้ห้เวลาถึง ๒๔.๐๐ น. ของวันอังคารที่ ๑๒ สิงหาคม เท่านั้น
สำหรับนักศึกษากลุ่มที่ ๕ และ ๖ ที่ยังไม่ได้รายงาน ขอให้เขียน BLOG ให้แล้วเสร็จภายในวันพฤหัสบดีที่ ๑๔ ส.ค. และนำเสนองาน ” ข่าวไอที ” ในวันศุกร์ฺที่ ๑๕ ส.ค. ด้วย
รายงานข่าว กลุ่ม ๔
สมาชิกของกลุ่ม ตรีรัตน์, อัปสร, สุนันทา
หัวข้อข่าว การพัฒนาโปรแกรมขนาดพกพา
URL : http://www.bangkokpost.com/060808_Database/06Aug2008_data008.php
เนื้อหา :
โปรแกรมคอมพิวเตอร์ ที่มีขนาดพกพาที่สามารถพกพาไปด้วย USB หรือ Flash drive สามารถใช้โดยเสียบเข้า PC สามารถเก็บข้อมูลหรือโปรแกรมต่างๆ ไว้ในนั้นเพียงแค่เสียบเข้าไป ก็สามารถทำงานต่างๆได้สำเร็จและถอนออกข้อมูลจะถูกเก็บไว้ในโปรแกรมอย่างปลอดภัย
ข่าวดีสำหรับโปรแกรมขนาดเล็กหรือ Free ware คุณสามารถเข้าโหลดโปรแกรมได้ที่ http://www.app-stick.com ข้างในมีโปรแกรมประมาณ 400 โปรแกรม ใน 10 แคตตาล๊อต คุณสามารถนำไปใช้ในธุรกิจ เกมส์ เสียง มัลติมีเดีย
ในเว็บมีรูปแบบ icon มีชื่อแอพพิเคชั่น รวมไปถึง โอเปร่า ไฟล์ฟ๊อก พีดีเอฟ ลีดเดอร์สไกล์ แต่ข้างในโปรแกรมมาก ข้างในบางอันหัวไม่มีชื่อ ถ้าคุณคลิกใน icon ก็จะพบพารากราฟ ก็จะพบ icon เล็กๆ และรายละเอียด ข้อมูลจของขนาดไฟล์ได้คุณสามารถเข้าดาวน์โหลดได้
โปรแกรมทั้งหมดเป็นโปรแกรมขนาดเล็กกว่า desktop ถ้าคุณชอบโปรแกรมคุณสามารถคลิกเข้าไปเพื่อดาวน์โหลด ข้างในจะราคาของโปรแกรมแต่ถ้าจะหาข้อมูลโปรแกรมเกี่ยวกับ แมคอินทอน คุณสามารถ http://www.appdonkey.com หรือหรับ M Freeware
สรุป: โปรแกรมที่มีขนาดพกพามีความสะดวกต่อการพกพาไปทำงานหรือไปไหนมาไหนได้สะดวกและปลอดถัยต่อการเก็บข้อมูล และยังนำมาประยุกค์ใช้กับธุรกิจ เกมส์ มัลติมีเดีย เสียง สามารถเข้าดาวน์โหลดโปรแกรมได้อย่างง่ายเหมาะสำหรับคนที่ชอบอัพเดทเทคโนโลยีใหม่ๆ
ตกลง ยังขาด กลุ่มที่ ๑ นะครับ ด่วนเลย ๆๆๆ
รายงานเทคโนโลยี กลุ่ม 1
สมาชิกของกลุ่ม ธงชัย, พี่สารสิน, เบญ
หัวข้อข่าว เส้นใยนาโน
URL : http://physics.kku.ac.th/ssmg/wordpress/?p=525
เนื้อหา :
นวัตกรรมเส้นใยของยุคสมัยที่จะนำการเปลียนแปลงของมุนษย์ชาติ เส้นใยที่มีขนาดเล็กกว่าเส้นผมถึง 1000 เท่า และเส้นใยนาโนที่ทำขึ้นจากคาร์บอน จะมีความแข็งเกือบเทียบเท่าเหล็กแต่ยืดหยุ่นกว่าถึง 3 เท่ามีความหนาแน่นน้อยกว่าเหล็กประมาณ 6 เท่า ถ้าเส้นใยนาโนทำมาจาก
พอลิเมอร์ในธรรมชาติ จะสามารถนำไปใช้ด้านวิศวกรรมเนื้อเยื่อได้ เช่น เป็นหลอดเลือดเทียม เป็นเนื้อเยื่อเทียมสำหรับซ่อมแซมกระดูกอ่อน เป็นเส้นประสาท และผ้าปิดแผล นำมาใช้ได้เนื่องจากร่างกายของมนุษย์ มีสมบัติความเข้ากันได้ทางชีวภาพและย่อยสลายตัวเองภายในร่างกายของเราได้เหมือนไหมเย็บแผลที่ใช้ในปัจจุบัน และเนื่องจากแผ่นเส้นใยที่ถักทอจากเส้นใยที่เล็กในระดับนาโนเมตร จึงมีช่องว่างขนาดเล็กมากและสามารถกรองอนุภาคได้จำนวนมากกว่าหลายเท่าตัว แผ่นเส้นใยนาโนจึงสามารถนำมาใช้สร้างระบบกรองที่มีประสิทธิภาพสูง เพื่อลดมลภาวะทั้งทางอากาศ และทางน้ำ หรือพัฒนาเป็นระบบกรองน้ำจืดจากน้ำทะเล หรือแม้กระทั่งการกำจัดโลหะหนักจากน้ำเสีย ในกรณีที่เส้นใยมีสมบัติการนำไฟฟ้าที่ดีหรือสมบัติของสารกึ่งตัวนำ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ทางด้านอิเล็กทรอนิกส์โดยเฉพาะเทคโนโลยีด้านตัวตรวจจับต่างๆ เช่น ตัวตรวจจับก๊าซ (gas sensor) ตัวตรวจจับความร้อน นอกจากนี้ได้มีความพยายามนำเส้นใยนาโนมาเคลือบบนชุดเครื่องแบบทหาร เพื่อป้องกันอาวุธทางชีวภาพ สารพิษทางเคมี นิวเคลียร์
สรุป: ถ้าเราสามารถวิวัฒนาการนำคุณสมบัติทั้งหมดของเส้นใยนาโนนำมาใช้รวมกันได้เราก็จะมีเสื้อผ้าที่ใส่ปุ้บเราก็เป็นซูปเปอร์แมน เหมือนซุปเปอร์แมนที่วิ่งไปเปลียนเสื้อผ้าปุ้บก็มีพลังวิเศษปรั่บ ยังไงยั่งงั้นเลยพ่อประคุณเอ่ย~
ปล.ขอบคุณ อ. พรพรหม ที่ส่งอีเมล blog อาจารย์มาน่ะครับไม่งั้นผมไม่ส่งแน่เลย (_/\_)
ปล. พิมพ์ตก คำว่า (ไม่ส่ง) เป็น (ไม่ได้ส่ง) ครับ
OK , ครบทั้ง ๔ กลุ่มแล้ว
ทีนี้ ไปลุยกันต่อที่ Assignment II เลย ต้องพูดหน้าชั้น วันศุกร์ที่ ๑๕ นี้แล้ว
ขอให้นักศึกษาทุกคน ตั้งอกตั้งใจให้มาก
สวัสดีครับ
รายงานข่าวครั้งที่ 1
กลุ่ม 5
ชื่อสมาชิกในกลุ่ม ธัญยธรณ์ , เกศสุดา
ระบบ 3 G กับ HTC Touch Diamond ไหลเลื่อนเท่าเน็ต 2 MB
URL : http://www.manager.co.th
เนื้อหา
ขอพื้นที่ประชาสัมพันธ์เล็กน้อยให้กับผู้ใช้งาน Touch Diamond ว่าตอนนี้ทาง HTC ได้ออก ROM เวอร์ชันใหม่มาให้แล้ว ใครที่อยากทราบว่าเครื่องตนเองใช้ ROM เวอร์ชันไหนอยู่กดเข้าไปใน เมนู Setting / System / Device Information หากพบว่าไม่ใช่เวอร์ชัน 1.93.707.1 ท่านสามารถนำเครื่องไปที่ศูนย์ เอชทีซี แคร์ เพื่อทำการอัปเดท หรือ โหลดมาลงเองผ่าน HTC e-Club ได้เลย ฟรี!!
วิธีการใช้งาน Video Call บน Touch Diamond นั้นไม่แตกต่างจากการโทรศัพท์แบบปกติสักเท่าไร เพียงแค่กดเบอร์โทรศัพท์ แล้วกดปุ่ม Video Call ที่มุมซ้ายล่างก็สามารถใช้งานได้แล้ว (เบอร์ที่โทร.ไปต้องอยู่ในพื้นที่ 3G และรองรับระบบ Video Call ด้วย) จากการทดลองใช้งานพบว่า สัญญาณที่ได้แทบไม่มีความคลาดเคลื่อนเลย การสนทนาชัดเจนเหมือนปกติ
ข้อเสียเดียวที่พบคือ การสนทนาแบบ Video Call จำเป็นต้องทำผ่าน’ลำโพง’ ทำให้ไม่ค่อยได้ยินเสียงของคู่สายในการสนทนา ดังนั้นขณะใช้งานระบบ Video Call จึงควรที่จะใช้หูฟังแฮนด์ฟรีไม่ว่าจะเป็นแบบเชื่อมต่อโดยตรงกับเครื่อง หรือการเชื่อมต่อผ่านบลูทูธ จะทำให้สามารถใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากขึ้น
และเมื่อระบบ HSPA คือระบบการส่งข้อมูลความเร็วสูง ทีมงานจึงทดลองดูคลิป youtube ซึ่งพบว่าสามารถใช้งานได้ไหลลื่นเทียบเท่าอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงประมาณ 1-2 Mbps โดยทดสอบในขณะที่สัญญาณเต็ม แต่โดยทั่วไปภายในตัวเมืองเชียงใหม่ บางพื้นที่ก็สามารถจับสัญญาณได้ บางพื้นที่ก็ไม่สามารถจับสัญญาณได้ ทำให้การใช้งานยังไม่คล่องตัวมากนัก แต่ในอนาคตถ้ามีการพัฒนาระบบเครือข่ายเพิ่มขึ้นก็น่าจะสามารถรองรับการใช้งานได้อย่างเต็มรูปแบบมากกว่าเดิม
ส่วนเวลาในการใช้งานของ Touch Diamond จากการใช้งานในระบบ 3G นั้นไม่ต่างจากการใช้งานระบบ GPS ที่เปลืองพลังงานน่าดู ทำให้ไม่สามารถใช้งานได้เต็มวัน ผู้ใช้งานควรที่จะพกแบตฯสำรอง หรือใช้ที่ชาร์จในรถยนต์เพื่อความสะดวก แต่ถ้าใช้งานในลักษณะโทรออก-รับสายทั่วไป ไม่ได้ใช้ฟังก์ชันพิเศษก็น่าจะอยู่ได้ถึง 2 วัน
สวัสดีครับ คุณธัญยธรณ์ , เกศสุดา
ลง URL ต้นฉบับ ให้ด้วยก็ดี ว่าที่มา มาจากเว็บใด บอกแค่ manager.co.th ไม่พอครับ ขอ Link เต็มๆ เลย
อาจารย์ค่ะ
ขอเปลี่ยนหัวข้อเป็น
คอมพิวเตอร์พกพา CK3
เนื้อหาโดยสรุป
นายแจ็ค เทย์ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการตลาด ประจำภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก (ขวา) และ นางปิยรัตน์ ศรีวรานนท์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย (ซ้าย) บริษัท อินเตอร์เมค เทคโนโลยีส์ คอร์ปอเรชั่น ได้ร่วมกันเปิดตัวคอมพิวเตอร์พกพา อินเตอร์เมค CK3 ในประเทศไทยเป็นประเทศแรกในภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก โดย อินเตอร์เมค CK3 เป็นคอมพิวเตอร์พกพาที่รองรับไมโครซอฟท์ วินโดสว์ โมบาย 6.1 เครื่องแรกของโลก เหมาะสำหรับการใช้งานในคลังสินค้า และร้านค้า สามารถสแกนบาร์โค้ดได้ทั้ง 1 มิติ และ 2 มิติ ร่วมกับเทคโนโลยีอาร์เอฟไอดี การสื่อสารด้วยคำพูดและเสียงผ่านระบบการสื่อสารไร้สายที่รองรับมาตรฐาน 802.11 a/b/g และบลูทูธ
URL : http://news.sanook.com/technology/technology_297937.php
PICTURE : http://www.thaipr.net/nc/readnews.aspx?newsid=BF8FDBFB50DC8C0F69AB37DA55BFD0FF
โดย ธัญยธรณ์ , เกศสุดา
รายงานกลุ่มที่ 5
สมาชิก เขมินท์ วิทยาการณ์
หัวข้อ : ทำไม Google จึงออกเบราเซอร์ Chrome?
URL : http://www.bangkokbiznews.com/2008/09/04/news_291488.php
แต่คำถามคือ “เพียงแค่นี้น่ะหรือ ที่จะมาชนกับยักษ์ใหญ่อย่าง Internet Explorer ของค่าย Microsoft?”
แน่นอนว่า Sergey Brin, Larry Page, และ Eric Schmidt สามหัวเรือใหญ่ของ Google คงไม่ได้เตรียมตัวมาแค่นี้แน่ๆ เพราะ Google เองก็เป็นเจ้าแห่งโลกออนไลน์เช่นเดียวกัน การที่ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ลงสู่ตลาดที่เรียกว่ามีการแข่งขันอย่างดุเดือดเลือดพล่าน จนเคยมีคนเรียกช่วงแห่งการห้ำหั่นของเบราเซอร์ว่า Browser War มาแล้วนั้น ต้องมีอะไรที่เด็ดดวงกว่าความรวดเร็วและหน้าตาสะอาดสะอ้านอย่างแน่นอน
อันที่จริงแล้วการสร้างเบราเซอร์เป็นของตัวเอง อยู่ในความคิดของสองผู้ก่อตั้ง Google มาตั้งแต่ 7 ปีที่แล้ว โดย Larry Page และ Sergey Brin เคยเปรยๆ ให้ Eric Schmidt ฟังเมื่อประมาณปี 2001 ซึ่ง Schmidt เพิ่งจะเข้ามาเป็นนั่งเป็น CEO ของ Google ใหม่ๆ ว่า “เราน่าจะสร้างเบราเซอร์ของเราเองนะ”
แต่ Schmidt ตอบว่า “ไม่ได้” เนื่องจากเขามองว่าขณะนั้นบริษัท Google เองยังไม่แข็งแรงพอที่จะไปต่อกรกับใครได้ในยุค Browser War ทำให้ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เกิดความขัดแย้งระหว่าง Schmidt และสองผู้ก่อตั้งอยู่เนืองๆ
อย่างไรก็ตาม ทั้ง Larry Page และ Sergey Brin ยังคงเก็บความคิดที่อยากมีเบราเซอร์เป็นของตัวเองเอาไว้ และได้สร้างทีมงานขึ้นมาทีมหนึ่ง ให้ทำหน้าที่พัฒนาระบบเบราเซอร์ Firefox ซึ่งเป็นเบราเซอร์ระบบเปิด หรือ opensource หมายถึงเป็นระบบที่เปิดโอกาสให้ใครก็ตาม สามารถนำไปพัฒนาต่อยอดได้เอง
ตรงจุดนี้เองที่ Schmidt ยอมรับโดยดุษณีว่า สองผู้ก่อตั้งแห่ง Google นั้นฉลาดปราดเปรื่องมาก เนื่องจากคนที่พัฒนาต่อยอด Firefox ย่อมสามารถสร้างเบราเซอร์ที่สุดยอดได้ เพราะจะรู้ปัญหาและจุดอ่อนที่เคยเกิดขึ้นมาก่อนนั่นเอง
และก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ เพราะทีมงานของ Google ที่พัฒนา Firefox บอกว่าเบราเซอร์ที่มีอยู่ในตลาดทั้งหมดมี “ข้อบกพร่อง”
ประเด็นหลักๆ คือเบราเซอร์เหล่านี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อแสดงผลข้อมูลแบบทางเดียว คือทำหน้าที่ส่งผ่านข้อมูลตัวอักษร ภาพ เสียง วีดีโอ ให้แก่ผู้ใช้ โดยไม่ได้ออกแบบมาเพื่อรับข้อมูลกลับไปอย่างเหมาะสม
ขณะที่ในยุคปัจจุบันเป็นยุค Cloud Computing หรือการประมวลผลในโลกออนไลน์ คือมีโปรแกรมต่างๆ ให้บริการบนอินเทอร์เน็ต โดยไม่ต้องติดตั้งลงบนคอมพิวเตอร์เลย เมื่อใช้งานเสร็จแล้วก็สามารถบันทึกงานที่ทำไว้บนโลกออนไลน์ได้ เรียกใช้เมื่อไหร่ก็ได้ ส่งให้เพื่อนร่วมแก้ไขงานก็ได้
ซึ่งทั้งหมดนี้ Google บอกว่าเบราเซอร์ที่มีอยู่ในปัจจุบันไม่ได้รองรับการทำงานแบบ Cloud Computing แต่ Chrome ทำได้!
นี่คือที่มาคร่าวๆ ของเบราเซอร์ใหม่ล่าสุด ซึ่งไม่ได้ออกมาแข่งกับ Firefox, Opera, Safari, Flock หรือรายย่อยอื่นๆ แต่เป้าหมายหลักคือออกมาเพื่อท้าชนกับ Inernet Explorer ของ Microsoft เท่านั้น
ต้องคอยดูว่า Google จะล้มยักษ์ได้หรือไม่
บทวิเคราะห์ : การที่ google จะสร้างที่พัฒนา Firefox บอกว่าเบราเซอร์ที่มีอยู่ในตลาดทั้งหมดมี “ข้อบกพร่อง”
จึงต้องการสร้าง Firefox เป็นของตัวเองเพื่อความสะดวกในการรองรับโปรแกรมต่างที่ดาวน์โหลดจาก Google ได้ง่าย
รายงานกลุ่มที่6
รายงานครั้งที่ 1
สมาชิก เขมินท์ วิทยาการณ์
หัวข้อ : ทำไม Google จึงออกเบราเซอร์ Chrome?
URL : http://www.bangkokbiznews.com/2008/09/04/news_291488.php
แต่คำถามคือ “เพียงแค่นี้น่ะหรือ ที่จะมาชนกับยักษ์ใหญ่อย่าง Internet Explorer ของค่าย Microsoft?”
แน่นอนว่า Sergey Brin, Larry Page, และ Eric Schmidt สามหัวเรือใหญ่ของ Google คงไม่ได้เตรียมตัวมาแค่นี้แน่ๆ เพราะ Google เองก็เป็นเจ้าแห่งโลกออนไลน์เช่นเดียวกัน การที่ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ลงสู่ตลาดที่เรียกว่ามีการแข่งขันอย่างดุเดือดเลือดพล่าน จนเคยมีคนเรียกช่วงแห่งการห้ำหั่นของเบราเซอร์ว่า Browser War มาแล้วนั้น ต้องมีอะไรที่เด็ดดวงกว่าความรวดเร็วและหน้าตาสะอาดสะอ้านอย่างแน่นอน
อันที่จริงแล้วการสร้างเบราเซอร์เป็นของตัวเอง อยู่ในความคิดของสองผู้ก่อตั้ง Google มาตั้งแต่ 7 ปีที่แล้ว โดย Larry Page และ Sergey Brin เคยเปรยๆ ให้ Eric Schmidt ฟังเมื่อประมาณปี 2001 ซึ่ง Schmidt เพิ่งจะเข้ามาเป็นนั่งเป็น CEO ของ Google ใหม่ๆ ว่า “เราน่าจะสร้างเบราเซอร์ของเราเองนะ”
แต่ Schmidt ตอบว่า “ไม่ได้” เนื่องจากเขามองว่าขณะนั้นบริษัท Google เองยังไม่แข็งแรงพอที่จะไปต่อกรกับใครได้ในยุค Browser War ทำให้ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เกิดความขัดแย้งระหว่าง Schmidt และสองผู้ก่อตั้งอยู่เนืองๆ
อย่างไรก็ตาม ทั้ง Larry Page และ Sergey Brin ยังคงเก็บความคิดที่อยากมีเบราเซอร์เป็นของตัวเองเอาไว้ และได้สร้างทีมงานขึ้นมาทีมหนึ่ง ให้ทำหน้าที่พัฒนาระบบเบราเซอร์ Firefox ซึ่งเป็นเบราเซอร์ระบบเปิด หรือ opensource หมายถึงเป็นระบบที่เปิดโอกาสให้ใครก็ตาม สามารถนำไปพัฒนาต่อยอดได้เอง
ตรงจุดนี้เองที่ Schmidt ยอมรับโดยดุษณีว่า สองผู้ก่อตั้งแห่ง Google นั้นฉลาดปราดเปรื่องมาก เนื่องจากคนที่พัฒนาต่อยอด Firefox ย่อมสามารถสร้างเบราเซอร์ที่สุดยอดได้ เพราะจะรู้ปัญหาและจุดอ่อนที่เคยเกิดขึ้นมาก่อนนั่นเอง
และก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ เพราะทีมงานของ Google ที่พัฒนา Firefox บอกว่าเบราเซอร์ที่มีอยู่ในตลาดทั้งหมดมี “ข้อบกพร่อง”
ประเด็นหลักๆ คือเบราเซอร์เหล่านี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อแสดงผลข้อมูลแบบทางเดียว คือทำหน้าที่ส่งผ่านข้อมูลตัวอักษร ภาพ เสียง วีดีโอ ให้แก่ผู้ใช้ โดยไม่ได้ออกแบบมาเพื่อรับข้อมูลกลับไปอย่างเหมาะสม
ขณะที่ในยุคปัจจุบันเป็นยุค Cloud Computing หรือการประมวลผลในโลกออนไลน์ คือมีโปรแกรมต่างๆ ให้บริการบนอินเทอร์เน็ต โดยไม่ต้องติดตั้งลงบนคอมพิวเตอร์เลย เมื่อใช้งานเสร็จแล้วก็สามารถบันทึกงานที่ทำไว้บนโลกออนไลน์ได้ เรียกใช้เมื่อไหร่ก็ได้ ส่งให้เพื่อนร่วมแก้ไขงานก็ได้
ซึ่งทั้งหมดนี้ Google บอกว่าเบราเซอร์ที่มีอยู่ในปัจจุบันไม่ได้รองรับการทำงานแบบ Cloud Computing แต่ Chrome ทำได้!
นี่คือที่มาคร่าวๆ ของเบราเซอร์ใหม่ล่าสุด ซึ่งไม่ได้ออกมาแข่งกับ Firefox, Opera, Safari, Flock หรือรายย่อยอื่นๆ แต่เป้าหมายหลักคือออกมาเพื่อท้าชนกับ Inernet Explorer ของ Microsoft เท่านั้น
ต้องคอยดูว่า Google จะล้มยักษ์ได้หรือไม่
บทวิเคราะห์ : การที่ google จะสร้างที่พัฒนา Firefox บอกว่าเบราเซอร์ที่มีอยู่ในตลาดทั้งหมดมี “ข้อบกพร่อง”
จึงต้องการสร้าง Firefox เป็นของตัวเองเพื่อความสะดวกในการรองรับโปรแกรมต่างที่ดาวน์โหลดจาก Google ได้ง่าย