การสร้างตารางและกำหนดสิทธิ์ของผู้ใช้
การกำหนด ตารางที่ใช้ จะกำหนดขึ้นภายหลัง และจะต้อง grant สิทธิการใช้จากตาราง โดยมีข้อกำหนดดังนี้
admin ของแต่ละหน่วยงาน สามารถ เพิ่ม/ลบ/แก้ไข ตารางได้ , สามารถ เรียกดู/เพิ่ม/ลบ/แก้ไข ข้อมูลในตารางได้ ทำโดย admin สร้าง table ใน database จะมีสิทธิในการ ในเพิ่ม/ลบ table อยู่แล้ว จากนั้น admin กำหนดสิทธิ์ในการเข้าใช้ตาราง คือ
REVOKE {select,insert,update,delete,rule,all} ON {table,view,sequence,index} FROM {public | GROUP group | username} เช่น
REVOKE all ON rainfall_table FROM rid_user ;
GRANT {select,insert,update,delete,rule,all} ON {table,view,sequence,index} TO {public | GROUP group | username} เช่น
GRANT insert,update,delete,select ON rainfall_table TO rid_user ;
GRANT select ON rainfall_table TO rid_nobody ;
การใช้งาน PostgreSQL ผ่าน ODBC โดยใช้ MS Access
ความต้องการของระบบ
1. PostgreSQL ODBC Driver จาก http://www.insightdist.com/psqlodbc/ โดย Postdrv.exe
2. MS Windows , MS Access , ODBC
รายงานข่าวครั้งที่ 6
หมายเลขกลุ่ม 3
สมาชิก ธวัลยา(จิ๊บ) อรสา(โฟร์) พรรณวิไล(นิด)
หัวข้อ Network Management System
*************************************************
NMS ระบบดูแลและบริหารเครือข่าย
ทำไมจึงต้องมีระบบดูแลเครือข่าย
เมื่อเริ่มใช้พีซี ผู้ใช้ต้องรู้จักดูและรักษาพีซีให้ใช้งานได้ดีตลอดไป การดูแลพีซีเกี่ยวข้องทั้งทางด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ ในบางครั้งเราไม่สามารถจัดการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นกับพีซีได้ จึงต้องมีการตามช่างหรือบริษัทผู้ขายมาช่วยบริการให้ใช้งานได้ เช่นกันการนำพีซีมาต่อร่วมเป็นระบบ LAN มีการจัดตั้งเครื่องบริการเซิร์ฟเวอร์ การดูแลและบริหารเครือข่ายแลนก็เริ่มมีความยุ่งยากขึ้น เพราะมีอุปกรณ์ประกอบหลายชิ้น อุปกรณ์เหล่านี้ต้องทำงานร่วมกันเป็นระบบหากชิ้นหนึ่งชิ้นใดมีปัญหา การทำงานทั้งระบบก็มีปัญหา
การใช้งานในองค์กรมีความซับซ้อนยิ่งขึ้น มีการเชื่อมต่อแลน หลายๆ เครือข่ายให้เป็นเครือข่ายใหญ่ขึ้น หรือที่เรียกว่า อินทราเน็ต มีอุปกรณ์พิเศษจำพวกสวิตชิ่งและเราเตอร์ มีการเชื่อมโยงผ่านเครือข่ายบริการต่าง ๆ ในรูปแบบ WAN เพื่อเชื่อมต่อหรือสื่อสารกับหน่วยงานอื่นที่อยู่ห่างไกลความซ้ำซ้อนของระบบจึงมีมากขึ้น
ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่จะต้องหาวิธีการดูแลและบริหารเครือข่ายให้มีประสิทธิภาพเชื่อถือได้ สามารถใช้งานได้ทนทาน เทคโนโลยีเครือข่ายจึงต้องมีระบบการจัดการเครือข่าย มีการสร้างโปรโตคอลสำหรับรองรับการทำงานในส่วนเหล่านี้
SNMP คืออะไร
เครือข่ายอินทราเน็ตที่ใช้โปรโตคอล TCP/IP มีอุปกรณ์เครือข่ายแบบหลากชนิกและหลายยี่ห้อ แต่มาตรฐานการจัดการเครือข่ายที่ใช้งานได้ผลดีคือ SNMP
SNMP ย่อมาจาก Simple Network Management Protocol ซึ่งเป็นโปรโตคอลที่อยู่ระดับบนในชั้นการประยุกต์ และเป็นส่วนหนึ่งของชุดโปรโตคอล TCP/IP
ในการบริการและจัดการเครือข่ายต้องใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ มีส่วนของการทำงานร่วมกับระบบจัดการเครือข่าย ซึ่งเราเรียกว่า เอเจนต์ (Agent) เอเจนต์เป็นส่วนของซอฟต์แวร์ที่อยู่ในอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เชื่อมอยู่ในเครือข่ายโดยมีคอมพิวเตอร์หลักในระบบหนึ่งเครื่องเป็นตัวจัดการและบริหารเครือข่ายหรือเรียกว่า NMS-Network Management System
ความสำคัญของ NMS
NMS ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการควบคุม และเฝ้ามองเครือข่ายมีระบบเตือนเมื่อมีส่วนหนึ่งส่วนใดของเครือข่ายทำงานผิดพลาด หรือเกิดข้อขัดข้อง ทำให้ผู้ดูแลระบบทราบได้ทันที และเข้าไปทำการแก้ไขได้รวมเร็ว
หน้าที่หลักของ NMS คือการตรวจสอบเครือข่ายตลอดเวลา ทำรายงานสถิติการใช้เครือข่าย เช่น สถิติของปริมาณข้อมูล ปริมาณผู้ใช้ สามารถเขียนเป็นกราฟเพื่อให้ผู้ดูแลระบบนำไปวิเคราะห์และวางแผนขยายเครือข่าย ผู้ดูแลระบบยังสามารถตรวจสอบและแก้ไขระบบจากจุดศูนย์กลาง รวมถึงการติดตั้งซอฟต์แวร์ การตั้งค่าระบบให้กับอุปกรณ์เครือข่ายที่อยู่ห่างไกล
NMS จึงเป็นอุปกรณ์ที่ระบบเครือข่ายขนาดใหญ่ หรือผู้ให้บริการเครือข่ายแบบสาธารณะที่มีผู้ใช้บริการจำนวนมากจำเป็นต้องมี เพราะเป็นอุปกรณ์ที่ทำให้การเฝ้ามองระบบเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ปัจจุบันแม้แต่เครื่องอินทราเน็ตมีอุปกรณ์ต่าง ๆ ประกอบรวมกันมีความซับซ้อนมากขึ้น NMS จึงมีส่วนสำคัญในการบริหารและจัดการเครือข่ายอินทราเน็ต
การที่ระบบบริหารและจัดการเครือข่ายจะประสบผลสำเร็จ จึงขึ้นกับระบบซอฟต์แวร์ที่ต้องมีอยู่ในตัวอุปกรณ์เครือข่าย (เอเจนต์) ส่วนของเอเจนต์ยังมีการเก็บข้อมูลไว้ภายใน ข้อมูลที่เก็บไว้นี้เรียกว่า MIB – Management Information Base การทำงานของอุปกรณ์ต่าง ๆ บนเครือข่ายจะมีส่วนข้อมูลของตัวเองเก็บไว้ที่ MIB ดังนั้น NMS จึงส่งคำถามมายังเอเจนต์ การส่งคำถามและเอเจนต์ส่งข้อมูลคำตอบนี้ย่อมเป็นไปตามมาตรฐานโปรโตคอลที่กำหนด เช่น ลักษณะคำถามคำตอบของ SNMP ที่สอบถามกันเป็นระบบ และเป็นมาตรฐานสากล
ข้อมูลในฐานข้อมูลที่เก็บในเอเจนต์ของแต่ละอุปกรณ์ประกอบด้วย ข้อมูลชื่ออุปกรณ์ รหัสอุปกรณ์ หมายเลขแอดเดรสบนเครือข่าย ตารางกำหนดเส้นทางปริมาณข้อมูลที่รับส่ง ข้อผิดพลาดที่ปรากฏ ฯลฯ
ดังนั้นระบบ NMS จึงได้ข้อมูลของทุกอุปกรณ์ที่มีเอเจนต์อยู่ และนำข้อมูลเหล่านั้นมาแสดงผลในเชิงวิเคราะห์ต่าง ๆ ไดอะแกรมรูปภาพของเครือข่ายทางฟิสิคัล การนำข้อมูลมาแสดงผลนี้ NMS ส่งคำถามไปเป็นระยะ และรับคำตอบมาปรับปรุงข้อมูล หากส่งคำถามไปยังตัวอุปกรณ์ที่มีในระบบและไม่ได้รับคำตอบก็จะมีวิธีการตรวจสอบอย่างอื่นประกอบ เช่น อุปกรณ์นั้นมีปัญหาอย่างไรหรือไม่หากพบปัญหาก็จะแสดงปัญหาเพื่อให้ผู้ดูระบบทราบ
ระบบบริหารและจัดการเครือข่ายจึงเป็นซอฟต์แวร์ที่นำข้อมูลจากเอเจนต์ต่าง ๆ มาแสดงผล และติดต่อกับผู้ดูแลระบบ ดังนั้นจึงมีผู้พัฒนาระบบ NMS ในรูปแบบต่าง ๆ กันมาก ผู้ดูแลและบริหารเครือข่ายสามารถเลือกใช้ซอฟต์แวร์ NMS ได้ โดยมีผู้ผลิตซอฟต์แวร์ หรือผู้ผลิตอุปกรณ์สื่อสารที่อยู่บนอินเทอร์เน็ตให้ดาน์โหลดมาลองใช้ดูก่อน
พัฒนาการของ NMS ได้ก้าวหน้าขึ้นเป็นลำดับ การสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้บนเครือข่ายเป็นสิ่งสำคัญ NMS จึงเป็นสิ่งที่มีความจำเป็นและเข้ามามีบทบาทสำคัญในเทคโนโลยีเครือข่ายคอมพิวเตอร์
URL : http://www.cs.psu.ac.th/noi/cs344-481/group7_network_management/Network.htm
URL : http://web.ku.ac.th/schoolnet/snet1/network/nms.html
ตัวอย่างของบริษัทผู้นำ ทางด้านระบบเครือข่าย อินเทอร์เน็ต มา 5 บริษัท
1. บริษัท ซิสโก้ ซีสเต็มส์ (ประเทศไทย) จำกัด
บริษัท ซิสโก้ ซีสเต็มส์ คอร์ปอเรชั่น ซึ่งเป็นบริษัทผู้นำ ทางด้านระบบเครือข่าย อินเทอร์เน็ต ระดับโลก ผลิตภัณฑ์ฮาร์ดแวร์ ซอฟท์แวร์ และบริการต่างๆ ของซิสโก้ ซีสเต็มส์ เอื้อประโยชน์ ต่อการสร้างสรรค์ โซลูชั่น อินเทอร์เน็ต สำหรับผู้ใช้ในระดับต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ระดับบุคคล องค์กร ไปจนถึง ระดับประเทศ เพื่อให้การเข้าถึงข้อมูล แบบไร้พรมแดน อันจะทำให้ อุปสรรคด้านเวลา และสถานที่ หมดไป
โซลูชั่นของซิสโก้ ซีสเต็มส์นั้น ให้ความสามารถ เชิงการแข่งขัน แก่ลูกค้า ด้วยประสิทธิภาพ และให้การแลกเปลี่ยนข้อมูล ที่ดีกว่า เป็นการช่วยประหยัดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ ในกระบวนการทำงาน อีกทั้งยังช่วยสร้าง ความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดขึ้น ระหว่าง ลูกค้า กลุ่มเป้าหมาย คู่ค้า ซัพพลายเออร์ และพนักงานในองค์กร
โซลูชั่น ด้านระบบเครือข่ายดังกล่าวนี้ ก่อให้เกิดพื้นฐาน ระบบเครือข่าย สำหรับองค์กรต่างๆ ทั่วโลก ทั้งบริษัท มหาวิทยาลัย รัฐวิสาหกิจ ตลอดจน หน่วยงานราชการต่างๆ
ซิสโก้ ซีสเต็มส์ มีความแตกต่าง โดดเด่นจากคู่แข่ง ด้านความสามารถ ในการบริการ ที่ครอบคลุมกลุ่มผู้ใช้ต่างๆ ไม่ว่าจะโดยซิสโก้ ซีสเต็มส์เอง หรือผ่านคู่ค้าอื่นๆ โดยมีกลุ่มตลาด เป้าหมาย ในการให้บริการ 3 กลุ่ม ดังนี้
ตลาดกลุ่มองค์กร ประกอบด้วย องค์กรขนาดใหญ่ ที่มีความต้องการ ทางระบบเครือข่าย ที่ซับซ้อน ซึ่งมักเกี่ยวข้องกับ สถานที่ และชนิดของระบบ คอมพิวเตอร์ ที่หลากหลาย ได้แก่ ลูกค้ากลุ่มบริษัท หน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ และสถาบันการศึกษา ต่างๆ
ตลาดผู้ให้บริการระบบเครือข่าย และโทรคมนาคม เป็นบริษัทที่ให้บริการด้าน สารสนเทศ ได้แก่ ผู้ให้บริการ การสื่อสารทางไกล ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต ผู้ให้บริการ การสื่อสารไร้สาย และบริษัทผู้ให้บริการด้านเคเบิ้ลทีวี
ตลาดธุรกิจขนาดกลาง และขนาดย่อม เป็นบริษัทที่ มีความต้องการ ด้านเครือข่ายข้อมูล ภายในองค์กร และการติดต่อ ทางอินเทอร์เน็ต รวมไปถึง การติดต่อกับ คู่ค้าทางธุรกิจ
สิ่งหนึ่งที่ทำให้ ซิสโก้ ซีสเต็มส์ ต่างจาก บริษัททางด้านเทคโนโลยี รายอื่นๆ คือ การดำเนินงานของ ซิสโก้ ซีสเต็มส์ ไม่ได้บังคับเจาะจง ในเทคโนโลยีใด เทคโนโลยีหนึ่งโดยเฉพาะ แต่มีปรัชญา ในการรับฟัง ความต้องการ ของลูกค้า พร้อมกับติดตาม การเปลี่ยนแปลง ของทุกเทคโนโลยี และเสนอทางเลือก ที่หลากหลาย ให้กับลูกค้า ซิสโก้ ซีสเต็มส์ ได้พัฒนา ผลิตภัณฑ์ และโซลูชั่น จนเป็นที่ยอมรับ จากอุตสาหกรรมต่างๆ และบางครั้ง เทคโนโลยีนั้นๆ ยังได้กลายไปเป็น มาตรฐาน ของอุตสาหกรรมในที่สุด
ซิสโก้ ซีสเต็มส์ เป็นอีกหนึ่งเรื่องราว ของบริษัทอเมริกัน ที่ประสบความสำเร็จสูงสุด นับตั้งแต่ จำหน่ายสินค้าครั้งแรก ในปี พ.ศ. 2529 และเติบโต จนมาเป็นผู้นำตลาด ในระดับโลก โดยซิสโก้ ซีสเต็มส์ สามารถ ครองส่วนแบ่งตลาด เป็นอันดับ 1 หรือ 2 ในทุกๆ กลุ่มตลาด นับจากการเป็น บริษัทมหาชน ในปี พ.ศ. 2533 ซิสโก้ ซีสเต็มส์ ยังสามารถ สร้างรายได้ต่อปี ที่เพิ่มขึ้นจาก 69 ล้านเหรียญสหรัฐ ไปเป็น 12,200 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี พ.ศ. 2542 และเมื่อพิจารณาจาก มูลค่าสินทรัพย์ราคาตลาดแลัว ถือได้ว่า ซิสโก้ ซีสเต็มส์ เป็นบริษัทที่ ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่ง ของโลก
2. บริษัท 3 com
3. บริษัท Juniper
4. บริษัท Avaya
5. บริษัท Banyan
6. บริษัท Nokia
7. บริษัท Ericsson
รายงานข่าวครั้งที่ 6
หมายเลขกลุ่ม4
สมาชิก อัปสร สุนันทา ตรีรัตน์
หัวข้อ PostgreSQL คืออะไร
เป็น Object-Relational DBMS โดยสามารถใช้รูปแบบของภาษา SQL ได้เกือบทั้งหมด และสามารถใช้ subselects , transactions , user-defined types และ functions ได้ อีกทั้งเป็น Database ซึ่งให้ Source code ฟรี ด้วย
ประวัติการพัฒนา
เป็น Project ของ Prof. Michael Stonebraker ที่ มหาวิทยาลัย Berkeley
ซึ่งเดิมพัฒนามาจาก Ingres ซึ่งเป็นที่รู้จักในชื่อ CA-Ingres II ซึ่ง Ingres ใช้ ภาษา query , QUEL เป็นภาษาของตัวเอง ปัจจุบันได้หยุดพัฒนาไปแล้ว แต่ยังสามารถนำมาใช้ได้ฟรี
ต่อมา Prof. Stonebraker ได้นำมาพัฒนาเป็น Postgres (มาจาก after Ingres) ซึ่งได้ใช้ภาษา query เป็น POSTQUEL เป็น Postgres version 4.2
ต่อมาในช่วง ปี 1987 Postgres ได้เสนอ rules , procedures , time travel , extensible types และ object-relational concepts
Postgres ถูกนำมาใช้ เพื่อการค้า ในชื่อว่า Illustra (ปัจจุบัน ถูก Informix ซื้อไป และรวมเข้าไว้ใน Universal Server)
ต่อมา นักศึกษาปริญญาเอก 2 คน คือ Andrew Yu และ Jolly Chen ได้พัฒนา Postgres ให้ใช้ภาษา query ตามรูปแบบที่เป็นมาตราฐาน แทนที่ ภาษา POSTQUEL เดิม ซึ่งได้เผยแพร่ในปี 1995 จึงเรียกเป็น Postgres95 หรือ version 5 หลังจากนั้น การพัฒนาต่อ โดย กลุ่มพัฒนาทาง Internet
ปัจจุบัน เปลี่ยนชื่อเป็น PostgreSQL พัฒนาต่อเนื่องเป็น version 7.1
ลักษณะโครงสร้าง
ระบบที่ใช้ PostgreSQL จะติดตั้ง PostgreSQL ไว้ที่เครื่อง Server ซึ่งเป็นที่เก็บ database ด้วย และยังสามารถ ติดตั้ง PostgreSQL ได้มากกว่า 1 ชุดใน Server เครื่องเดียว ผู้ดูแลระบบ PostgreSQL จะใช้ชื่อว่า postgres ซึ่งเป็นผู้ดูแลทั้ง ตัวโปรแกรม และ database ซึ่งสามารถทำงานกับบางคำสั่งเฉพาะ เพื่อจัดการ database และ ผู้ใช้บริการ (user) ซึ่ง ผู้ดูแลระบบ database (postgres) จะคล้ายการทำงานของ superuser ในระบบ Unix หน้าที่ของ postgres สามารถ สร้างชื่อ user และกำหนดสิทธิและระดับการใช้งานต่าง ๆ ได้PostgreSQL ใช้รูปแบบการทำงาน แบบ Client/Server ซึ่งในการทำงานจะประกอบด้วย 3 process ทำงานร่วมกัน คือ
1. Postmaster เป็น supervisory daemon process ซึ่งจัดการติดต่อระหว่าง Frontend กับ Backend process ในการ allocate share buffer , จัดการค่าเริ่มต้นต่างๆในระหว่างเริ่มทำงาน และเก็บบันทึกการเข้าใช้ระบบและความผิดพลาดต่างๆที่เกิดขึ้น
2. Postgres เป็น backend process เพื่อจัดการ database ถือว่าส่วนนี้เป็น process ที่ทำงานจริงๆ เช่น ทำงานตาม query โดย Postmaster จะสั่งให้สร้าง Backend process สำหรับทุกๆ การเชื่อมต่อกับ Frontend ดังนั้น Postgres นี้จะทำงานที่ server
3. Frontend เป็น application ซึ่งจะทำงานที่เครื่อง client และจะส่งคำสั่งการเชื่อมต่อ หรือคำสั่งต่างๆ มาที่ Postmaster แล้ว Postmaster จึงส่งต่อการทำงานไปที่ Postgres
หลักการทำงานของ PostgreSQL
การทำงานจะแบ่ง process ที่ทำงานดังที่กล่าวมาแล้ว คือ
1. ในส่วนของ Supervisory daemon process คือ Postmaster
2. ในส่วนของ User’s Frontend application เช่น โปรแกรม psql หรือ CGI-Perl
3. และในส่วน Backend database servers คือ Postgres
เมื่อโปรแกรม ทาง Frontend ต้องการข้อมูล หรือทำงานกับ database โดยเรียกผ่านทาง library libpq ซึ่ง library libpq นี้ จะส่ง requests ผ่านทาง Network ไปยัง Postmaster เมื่อ Postmaster ได้รับ request ดังกล่าว ทาง Postmaster จะสร้าง Backend process ขึ้นที่ server เพื่อติดต่อกับ Frontend แทน การทำงานนั้นจะเกิดขึ้นระหว่าง Frontend กับ Backend โดยไม่ผ่าน Postmaster อีก และ Postmaster ก็ทำงานต่อไป คือรอรับ request อื่นๆต่อไป
Library libpq จะให้ หนึ่ง Frontend สามารถติดต่อได้หลาย Backend processes แต่การทำงานยังเป็นแบบ single threaded เนื่องจาก library libpq ยังไม่สามารถทำ multithreaded ได้
ตามหลักการที่กล่าวมา ดังนั้น Postmaster กับ Backend จะต้องทำงานอยู่ที่ เครื่องเดียวกัน คือ database server แต่ Frontend จะทำงานที่เครื่องใดก็ได้
การใช้คำสั่ง สร้าง database และ สร้าง ผู้ใช้
การสร้าง ผู้ใช้ใหม่ ทำโดยใช้ login postgres และใช้คำสั่ง createuser จากนั้นป้อนรายละเอียดของผู้ใช้ โดยสามารถใช้ชื่อเดียวกับ ชื่อของ unix ก็ได้แต่ไม่ควร เหตุผลในเรื่องความปลอดภัย และไม่ควรกำหนดให้ผู้ใช้นั้น สามารถสร้าง ผู้ใช้อื่น ต่อได้อีก การสร้าง database ใหม่ ทำโดยใช้คำสั่ง createdb โดยควรจะ login เป็น ชื่อผู้ใช้ที่จะเป็นเจ้าของ database นั้น
การสร้างตารางและกำหนดสิทธิ์ของผู้ใช้
การกำหนด ตารางที่ใช้ จะกำหนดขึ้นภายหลัง และจะต้อง grant สิทธิการใช้จากตาราง โดยมีข้อกำหนดดังนี้
admin ของแต่ละหน่วยงาน สามารถ เพิ่ม/ลบ/แก้ไข ตารางได้ , สามารถ เรียกดู/เพิ่ม/ลบ/แก้ไข ข้อมูลในตารางได้ ทำโดย admin สร้าง table ใน database จะมีสิทธิในการ ในเพิ่ม/ลบ table อยู่แล้ว จากนั้น admin กำหนดสิทธิ์ในการเข้าใช้ตาราง คือ
REVOKE {select,insert,update,delete,rule,all} ON {table,view,sequence,index} FROM {public | GROUP group | username} เช่น
REVOKE all ON rainfall_table FROM rid_user ;
GRANT {select,insert,update,delete,rule,all} ON {table,view,sequence,index} TO {public | GROUP group | username} เช่น
GRANT insert,update,delete,select ON rainfall_table TO rid_user ;
GRANT select ON rainfall_table TO rid_nobody ;
การใช้งาน PostgreSQL ผ่าน ODBC โดยใช้ MS Access
ความต้องการของระบบ
1. PostgreSQL ODBC Driver จาก http://www.insightdist.com/psqlodbc/ โดย Postdrv.exe
2. MS Windows , MS Access , ODBC
thanks for all
what’s about the third group? Khun Anuchit+ Khun Sarasin+ … ???
for System Deve,lopment ????
For database , you mentioned only postgress , what’s about another 4 DBMS name ?