งาน : อธิืบาย ความหมาย วิํีธีการ การเำ้นินงาน ตัวอย่าง พอสังเขป (งานชิ้้นนี้ ไม่้ต้องรายงานหน้าชั้น)
เขียน BLOG แล้วเสร็จก่อนเข้าห้องเรียน วันอังคารที่ ๒๖ สิงหาคม
- SAP : เกศสุดา , ธัญยธรณ์
- e-Procurement : อัปสร , ตรีรัตน์ , สุนันทา
- CMS: อนุชิต, พิเชษฐ์
- PayPal & Paysbuy: สารสิน, เบญจพล
- Domain Registration & Web Hosting: อรสา, พรรณวิไล, ธวัลยา
เริ่มงานได้เลยครับ
CMS ??
CMS ย่อมาจาก Content Management System เป็นระบบที่นำมาช่วยในการสร้างและบริหารเว็บไซต์แบบสำเร็จรูป โดยในการใช้งาน CMS นั้นผู้ใช้งานแทบไม่ต้องมีความรู้ในด้านการเขียนโปรแกรม ก็สามารถสร้างเว็บไซต์ได้ ตัวของ CMS เองจะมีโปรแกรมแถมมาและสามารถแทรกเองได้มากมายเช่น webboard , ระบบจัดการป้ายโฆษณา , ระบบนับจำนวนผู้ชม แม้แต่กระทั่งตระกร้าสินค้า และอื่นๆอีกมากมาย
CMS เป็นเหมือนโปรแกรม โปรแกรมหนึ่ง ที่มีผู้พัฒนามาจากภาษาคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในเว็บไซต์เช่น PHP , Python , ASP , JSP ซึ่งในปัจจุบันมีคนใจดีพัฒนา CMS ฟรีขึ้นมามากมายอย่างเช่น Mambo , Joomla , WordPress
แน่นอนว่าผู้พัฒนาระบบ CMS ฟรี ที่กล่าวมาข้างต้นนั้นล้วนเป็นมืออาชีพที่มีฝีมือในเรื่องของ เว็บไซต์เป็นอย่างยิ่ง ทั้งการเขียนโปรแกรมที่รัดกุม การออกแบบเนวิเกชั่นที่ดี ทำให้ภาพรวมของเว็บไซต์ที่ใช้ CMS นั้นออกมาในแนวมืออาชีพอย่างมาก
ข้อดีของ CMS
1.ผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องมีความรู้เรื่องการทำเว็บไซต์ เพียงแค่เคยพิมพ์ หรือเคยโพสข้อความในอินเทอร์เนต ก็สามารถมีเว็บไซต์เป็นของตัวเองได้
2.ไม่เสียเวลาในการพัฒนาเว็บไซต์ ไม่เสียเงินจำนวนมาก
3.ง่ายต่อการดูแล เพราะมีระบบจัดการทุกอย่างให้เราหมด
4.มีระบบจัดการที่เราสามารถหามาใส่เพิ่มได้มากมาย อย่างเช่น ระบบแกลลอรี่
5.สามารถเปลี่ยนหน้าตาเว็บไซต์ได้ง่ายๆ เพียงแค่โหลดทีม (Theme) ของ CMS นั้นๆ
ข้อเสียของ CMS
1.ในกรณีที่ผู้ใช้ต้องการออกแบบทีม (หน้าตาของเว็บ) เอง จะต้องใช้ความรู้มากกว่าปรกติ เนื้องจาก CMS มีหลายๆระบบมารวมกันทำให้เกิดความยุ่งยาก สำหรับผู้ที่ไม่มีความรู้
2.ผู้ใช้จะต้องศึกษาระบบ CMS ที่ผู้พัฒนาสร้างขึ้นมา เช่นจะต้องใส่ข้อความลงตรงไหน จะต้องแทรกภาพอย่างไร ซึ่งจะลำบากเพียงแค่ช่วงแรกเท่านั้น
3.ในการใช้งานจริงนั้นจะมีความยุ่งยากในการ set up ครั้งแรกกับ web server แต่ปัจจุบันก็มีผู้บริการ web server มากมายที่เสนอลงและ set up ระบบ CMS ให้ฟรีๆโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
เมื่อรวมๆข้อดีและข้อเสียดูแล้ว ก็ยังเห็นได้ว่า CMS นั้นก็เป็นระบบที่น่าใช้งานอยู่ดี
แนะนำ CMS
- Mambo CMS ตัวนี้มีผู้ใช้งานมากมายทั้งในหน่วยงานของรัฐ และผู้คนทั่วไป ทำให้มีคนให้เราสามารถปรึกษาได้มาก รวมถึงตัวระบบเองก็ใช้งานได้ง่าย และมีผู้พัฒนาอยู่ตลอดเวลา มีเว็บไซต์ภาษาไทยรองรับสำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาและใช้งาน เช่น http://www.mambohub.com
ตัวอย่างเว็บไซต์ที่ขับเคลื่อนด้วย CMS
CMS
http://www.opensourcecms.com
http://th.wikipedia.org
Mambo
http://www.mambohub.com
http://www.mambosolve.com
เพิ่มเติมhttp://mandasolution.com/2008/index.php?option=com_content&task=view&id=54&Itemid=1
Great !! See you Tuesday evening…. and still waiting for the remaining group.
รายงานข่าวครั้งที่ 5
หมายเลขกลุ่ม 3
สมาชิก ธวัลยา(จิ๊บ) อรสา(โฟร์) พรรณวิไล(นิด)
หัวข้อ Domain Registration & Web Hosting
นี้คือเว็บไซต์หนึ่งที่ยกตัวอย่าง ขั้นตอนของการสมัครโดเมนเนมและโฮสติ้ง
http://www.chaiyohosting.com/web-hosting/web-hosting-order.php
อธิบายขั้นตอนการสมัครโดเมนเนมและโฮสติ้งดังนี้
1. ท่านต้องมีชื่อเว็บไซต์ที่ท่านต้องการเปิด
2. เลือกบริษัทที่ท่านจะต้องการสมัครโดเมนเนมและโฮสติ้ง
3. กรอกชื่อเว็บไซต์ที่ต้องการเพื่อเช็คดูว่าได้ทำการเปิดใช้ไปแล้วหรือยัง
4. เมื่อเช็ดดูแล้วว่าเว็บไซต์ที่จะใช้จดทะเบียนใช้ได้ก็ทำการกรอกเอกสารตามที่ได้ระบุไว้ เช่น ชื่อ-นามสกุล ผู้จดทะเบียน
ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ e-mail
5. ระบุขนาดของพื้นที่ที่ต้องการใช้
6. ชำระเงินทั้งหมด
*** ขั้นตอนการสมัครนี้ในแต่ละบริษัทจะมีบางส่วนที่เหมือนกันและจะมีบางรายละเอียดที่มีเพิ่มเติมก็แล้วแต่ท่านจะเลือกใช้บริการของเว็บไซต์นั้นๆ
เว็บไซต์เพิ่มเติม
http://www.optimizeserver.com/orderdomain.asp?domain=pansab.com&suffix=com
ขอบคุณค่ะ
อาจารย์ค่ะ ใน Blog ตรง img นั้นไม่สามารถนำรูปมาลงได้ระบบให้ใส่เป็น URL แทนค่ะ
รายงานข่าวครั้งที่ 5
หมายเลขกลุ่ม4
หัวข้อ e-Procurement :
สมาชิก: อัปสร , ตรีรัตน์ , สุนันทา
URL: http://www.steelcommunity.com
E – Procurement คือ กระบวนการจัดหาสินค้าและบริการที่เกิดจากการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้เพื่อปรับปรุงให้กระบวนการทำงานมีการเชื่อมโยงอย่างมีประสิทธิภาพ สะดวก รวดเร็ว และประหยัดต้นทุนค่าใช้จ่ายโดยรวม โดยระบบจะเชื่อมโยงขั้นตอนที่เกิดขึ้นภายในระบบขององค์กร (ERP: Enterprise Resource Planning) ซึ่งเริ่มจากการจัดทำคำขอใบคำขอเสนอซื้อหรือขาย (RFQ: Request for Quotation, RFP: Request for Proposal) จนถึงการรับสินค้า (Goods Receive) และรวมไปถึงการเชื่อมต่อกับ Supplier ผ่าน Marketplace เพื่อซื้อ-ขายผ่าน Online Catalogue
เหตุผลที่ต้องทำ E-procurement ได้แก่
1. เป็นมิตรกับธุรกิจขนาดเล็ก (Small-Business Friendly) เพียงแค่ธุรกิจนั้นๆ มีเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมอินเตอร์เน็ต เป็นการเพิ่มเวทีการแข่งขันไปสู่ธุรกิจขนาดเล็ก และให้โอกาสธุรกิจขนาดเล็กเข้าถึงการจัดซื้อของรัฐ
2. ลดขั้นตอนที่ต้องใช้กระดาษในการติดต่อและทำธุรกรรม
3. สามารถปรับปรุงการจัดซื้อให้ดีขึ้นได้ตลอดเวลา ด้วยการบันทึกข้อมูลการจัดซื้อและการแข่งขัน ของผู้ค้าต่างๆ เป็นการช่วยสร้างฐานข้อมูลในการปรับปรุงการจัดซื้อครั้งต่อๆ ไป
4. ลดระยะเวลาในการจัดซื้อ เนื่องจากดำเนินการแบบ Real Time บนอินเตอร์เน็ต การเสนอราคา ต่อหน่วยราชการก็ทำกันบนฐานของนาที แทนที่จะเป็นวันหรือสัปดาห์ในแบบเดิม
ผลที่ได้รับ คือ ลดงบประมาณที่ใช้ในการบริหารการจัดซื้อลง 60 – 70%
: ประโยชน์จากการใช้บริการผู้ซื้อและผู้ขาย :
ประโยชน์ของผู้ซื้อ (Buyer)
1. ช่วยลดต้นทุนในการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อ และสามารถเข้าถึงกลุ่มผู้ขายขนาดใหญ่ในแต่ละอุตสาหกรรมได้ในระยะเวลาอันสั้น
2. เพิ่มประสิทธิภาพในการจัดซื้อจัดหาสินค้า โดยทำให้การจัดซื้อมีความโปร่งใสมากขึ้น ลดเวลาและค่าใช้จ่ายในการต่อรองสินค้า ทั้งยังช่วยให้การวางแผนกระบวนการจัดซื้อจัดหาในองค์กรให้มีประสิทธิภาพและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน
3. สามารถเปรียบเทียบราคาที่เสนอได้อย่าง สะดวกสบาย ซื้อสินค้าในราคาที่คุณพอใจ
4. เพิ่มโอกาสตรวจสอบคุณภาพของสินค้า / สามารถคัดเลือกซัพพลายเออร์ที่มีคุณภาพ
ประโยชน์ของผู้ขาย (Supplier)
1. สร้างโอกาสทางการค้าที่มีศักยภาพในการเข้าถึงกลุ่มผู้ซื้อรายใหม่ เพิ่มยอดขายและช่วยให้การระบายสต็อกสินค้าทำได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น
2. ช่วยให้การวางแผนการผลิตในโรงงานทำได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ช่วยให้การจัดซื้อวัตถุดิบมีความรอบคอบและรัดกุมยิ่งขึ้น ส่งผลในเกิดการประหยัดค่าใช้จ่ายในการผลิตและการจัดเก็บสินค้าคงคลัง
3. เพิ่มโอกาสในการขายสินค้าจำนวนมากในแต่ละคราวในราคาที่เหมาะสม ยุติธรรม สอดคล้องกับสภาพความต้องการที่แท้จริง
เพิ่มเติม เรื่อง e-Procurement ภาครัฐที่ http://www.gprocurement.go.th/
รายงานข่าวครั้งที่ 5
หมายเลขกลุ่ม 1
หัวข้อ : PayPal & Paysbuy:
สมาชิก : สารสิน, เบญจพล
URL: http://www.212cafe.com/freewebboard/view.php?user=soykere&id=697
-PaySbuy
PaySbuy คือบริการ ตัวกลางออนไลน์ ในการชำระค่าสินค้า และบริการต่างๆ เปรียบเสมือนกระเป๋าสตางค์ออนไลน์ของท่านโดยผู้ที่ต้องการชำระเงิน สามารถโอนเงินเข้าสู่ระบบ PaySbuy ได้ทั้งทางบัตรเครดิต, ตู้เอทีเอ็มหรือทางเคาน์เตอร์ธนาคาร ผู้ที่ได้รับเงิน สามารถโอนเงินออกจาก PaySbuy มายังบัญชีธนาคารของท่านได้ทันที สำหรับ ผู้ใช้งานบน PantipMarket.com ท่านสามารถ เพิ่มไอคอน PaySbuy ในประกาศโฆษณาของท่านเพื่อให้ผู้ซื้อ คลิกจ่ายเงิน ผ่านไอคอนนั้น โดย PaySbuy เป็นทางเลือกในการ ชำระค่าบริการเท่านั้นท่านยังคง สามารถให้ผู้ซื้อ ติดต่อซื้อขาย สอบถามข้อมูล ผ่านทาง โทรศัพท์ หรือ อีเมล เช่นเดิม การใช้
ความเป็นมา
บริษัท PaySbuy ถูกจัดตั้งโดยกลุ่มบุคคลที่มีความรู้และประสบการณ์ด้านการธนาคารและด้านเทคโนโลยีข้อมูลสารสนเทศ ระบบ PaySbuy ถูกพัฒนาและได้รับการดูแลด้านเทคนิคจากบริษัท SinaptIQบริษัทที่ได้รับการรับรองจากบริษัท Microsoft ในฐานะ Microsoft Certified Company นอกจากนี้บริษัท SinaptIQ ยังมีประสบการณ์ด้านการพัฒนาแอพพีเคชั่นให้แก่วงการธนาคารของไทยและเป็นบริษัทไทยแห่งแรกและแห่งเดียวที่ได้รับการรับรองจาก Visa และ MasterCard ให้เป็นผู้พัฒนาระบบ
“Verified by Visa” และ “SecureCode” โดยในปัจจุบันบริษัท SinaptIQได้เป็นผู้พัฒนาระบบดังกล่าวให้แก่ธนาคารชั้นนำของไทยมากมาย และบริษัท SinaptIQยังเป็นผู้พัฒนาแอ็พพิเคชั่นระบบการชำระเงินผ่านโทรศัพท์มือถือซึ่งเป็นแอพพิเคชั่นที่ธนาคารชั้นนำให้บริการอยู่ในปัจจุบัน
ข้อดีของPaySbuy
เพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับผู้ขาย โดยดูจากตัวเลข FeedBack ซึ่งอยู่ในวงเล็บ ด้านหลังอีเมลของผู้ขายตัวเลขนี้ จะบอกจำนวนครั้ง ที่ทำการชำระเงิน ผ่านทาง PaySbuy สำเร็จ และท่านสามารถ คลิกดูข้อความวิจารณ์ที่ผู้ซื้อ มีถึงผู้ขาย และข้อความที่ผู้ขาย ตอบกลับผู้ซื้อ โดยทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย
มีสิทธิ์ ส่งข้อความได้คนละครั้ง (ตัวเลข feedback จะ update เมื่อเจ้าของโฆษณามาทำการเลื่อนตำแหน่งโฆษณา หรือแก้ไขโฆษณาเท่านั้น)
มีความปลอดภัยสูง โดยมีมาตรการหลายด้าน ในการรักษา ความปลอดภัย ให้แก่ผู้ใช้บริการ ผู้ขายไม่จำเป็น ต้องมีเว็บไซต์เป็นของตนเอง เป็นเพียงผู้ขาย รายย่อย ก็สามารถ เข้ามาใช้บริการได้และไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมรายเดือน
การสมัคร ไม่ยุ่งยาก และสามารถ เติมเงิน หรือถอนเงินออกจากระบบ ได้สะดวก รวดเร็ว สมัครดดยออนไลน์ โดยใช้อีเมล์ของคุณเป็นชื่อบัญชี เพียงชื่อ ที่อยู่ และเบอร์โทรศัพท์
-Paypal
Paypal คือ Payment Gateway เป็นระบบจ่ายเงินโดยเป็นเหมือนตัวเชื่อมให้เรากับธนาคาร Paypal ทำงานร่วมกับ eBay โดยเราต้องสมัครไว้เพื่อใช้จ่ายเงินค่าสินค้าเวลาซื้อหรือประมูลได้จาก eBayหรือไว้จ่ายค่าลงขายสินค้าบน eBay โดยจะตัดเงินผ่านบัตรเครดิตของเราที่เราใส่ไว้ตอนลงทะเบียน
และหากมีเงินเข้ามาที่บัญชี Paypal ของเรา เราก็สามารถไว้ใช้จ่ายต่อได้ เงินก็จะตัดจากบัญชี Paypal แทนบัตรเครดิต (คือ ถ้าเราไม่มีเงินอยู่ในบัญชี Paypal ระบบถึงจะตัดจากบัตรเครดิตของเรา)และสำหรับคนไทย หากต้องการเอาเงินที่มีอยู่ในบัญชี Paypal ก็ต้องติดต่อธนาคารที่มีสาขาอยู่ในอเมริกาซึ่งก็มีธนาคารกรุงเทพ
ความเป็นมาของ Paypal
Paypal Inc. (http://www.paypal.com) เป็นบริษัทออนไลน์ที่ให้บริการระบบโอนและชำระเงินผ่านอีเมล์ระหว่างผู้บริโภคกับผู้บริโภค
(C-to-C Payment) หรือระหว่างบุคคลกับบุคคล (P-to-P Payment) ที่ใหญ่ที่สุดในโลก บริษัทก่อตั้งขึ้นเมื่อเดือนธันวาคม 1998
และเริ่มให้บริการเมื่อเดือนตุลาคม 1999 ในระหว่างปีแรกที่ให้บริการ บริษัทมีลูกค้าเข้ามาลงทะเบียนเป็นสมาชิกกว่า 3 ล้านราย
และมีธุรกรรมต่อวันมากกว่า 100,000 ธุรกรรม
ข้อดีของPaypal
ลูกค้าสามารถมั่นใจในความปลอดภัยของระบบ Paypal ได้ เพราะเป็นบริษัทที่ทำธุรกรรมทางการเงินที่มีความปลอดภัยระดับสูง นอกจากนี้อัตราค่าบริการยังต่ำกว่าการชำระผ่านทางธนาคาร อีกด้วยด้วยเหตุนี้ทางบริษัทจึงเปิดบริการสำหรับเว็บไซต์ที่ต้องการรับชำระเงินผ่าน Paypal โดยทางบริษัทจะทำการเชื่อมต่อระหว่างเว็บของคุณไปยัง Paypal ซึ่งการจ่ายเงินของลูกค้าจะ จ่ายที่เว็บของ Paypal ตามยอดรายการที่ลูกค้าเลือกไว้ และเมื่อชำระเงินเรียบร้อยก็จะมีอีเมล์ แจ้งไปยังลูกค้าและเจ้าของเว็บไซต์ว่ามีการชำระเงินเรียบร้อยแล้ว ซึ่งข้อจำกัดของ Paypal คือผู้รับเงินและผู้ที่จ่ายเงินในระบบต้องเป็นสมาชิกของ Paypal เท่านั้น
ซึ่งในปัจจุบันนี้ PayPal เริ่มเป็นที่ยอมรับในตลาดสากลว่าเป็นระบบที่มี
ลูกค้าในการใช้งานมากที่สุดในโลกโดย
Credits : นายขจรเกียรติ เลาวกุล, น.ส.สุมนทิพย์ ละออง,
น.ส.สาวิตรี อัมพาผฃ, นางสาวยิษฐา กาญจนศิริโรจน์ และทุกๆๆคนในบอร์ด212cafe ที่หาข้อมูลมาให้น่ะครับ
รายงานข่าวครั้งที่ 5
หมายเลขกลุ่ม5
หัวข้อ SAP
สมาชิก :เกศสุดา , ธัญยธรณ์
URL:http://www2.cs.science.cmu.ac.th
SAP คือ โปรแกรมที่ช่วยจัดการสายงานทุกสายงานของธุรกิจให้สามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว และได้ข้อมูลที่ถูกต้องแม่นยำ สามารถนำไปใช้ประกอบการดำเนินกิจกรรมของธุรกิจได้ และผู้บริหารสามารถเรียกดูข้อมูลและตรวจสอบข้อมูลสถานะของบริษัทได้
กล่าวโดยสรุป SAP (System Application products) เป็นโปรแกรมสำเร็จรูปทางธุรกิจประเภท
ERP (Enterprise Resource Planning) ของประเทศเยอรมันที่ใช้ควบคุมดูแลทุกสายงานของบริษัท
ความหมายและลักษณะของ ERP
ERP (Enterprise Resource Planning) สามารถจัดการ Transaction Cycle ได้หมดดังนี้
- Expenditure
- Conversion
- Revenue
- Financial
ERP เป็น Software ที่ใช้ในการ Manage ได้ทั้งองค์กร โดยที่มี common Database เก็บข้อมูลทุกอย่างไว้ที่เดียวกัน เพื่อป้องกันความซ้ำซ้อนของข้อมูล ทำให้มีประสิทธิภาพ มีการ Share ข้อมูลสูงสุด โดยแต่ละส่วนสามารถดึงข้อมูลส่วนกลางที่ตัวเองสนใจมาวิเคราะห์ได้ และ สามารถที่จะ Integrate ได้หมดไม่ว่าจะเป็น Marketing Manufacturing Accounting และ Staffing
ก่อนที่จะมีระบบ ERP นั้น เดิมในวงการอุตสาหกรรมประมาณช่วงทศวรรษ 1960 ได้มีการนำเอาระบบคอมพิวเตอร์เข้ามาช่วยในส่วนของการผลิตทางด้านการคำนวณความต้องการวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต หรือที่เรียกเป็นทางการว่าระบบ Material Requirement Planning ( MRP ) ก็คือเราจะใช้ระบบคอมพิวเตอร์เข้ามาช่วยในการบริหารและจัดการในส่วนของวัตถุดิบหรือ Material ที่ใช้ในการผลิตเท่านั้น ต่อมาในช่วงประมาณทศวรรษ 1970 ระบบการผลิตในอุตสาหกรรมมีความซับซ้อนเพิ่มมากขึ้นจึงมีการนำเอาระบบคอมพิวเตอร์เข้ามาช่วยในส่วนของการผลิตในด้านของเครื่องจักร ( Machine ) และส่วนของเรื่องการเงิน ( Money ) นอกเหนือไปจากส่วนของวัตถุดิบ ซึ่งเราจะเรียกระบบงานเช่นนี้ว่า Manufacturing Resource Planning ( MRP II )
จากจุดนี้เราพอจะมองเห็นภาพคร่าวๆ ของการนำเอาระบบคอมพิวเตอร์เข้ามาช่วยในการบริหารงานในอุตสาหกรรมได้ ดังที่มีผู้เชี่ยวชาญทางด้านการจัดการหลายท่านได้กล่าวไว้ว่า ระบบ MRP นั้นจะเข้ามาช่วยในการจัดการทางด้าน Material ส่วนระบบ MRP II นั้นจะเข้ามาช่วยในการจัดการใน M อีกสองตัวนอกเหนือจาก Material ก็คือ Machine และ Money ซึ่งระบบ MRP II ที่ชื่อ TIMS ของประเทศนิวซีแลนด์ จะมีเมนูหลักของ Module 3 Modules หลักด้วยกันคือ Financial Accounting , Distribution และ Manufacturing และใน Module ของ Manufacturing จะมีส่วนของ MRP รวมอยู่ด้วย
จะเห็นได้ว่าในการนำเอาระบบ MRP II เข้ามาช่วยในองค์กรหนึ่งๆ นั้น จะยังไม่สามารถซัพพอร์ตการทำงานทั้งหมดในองค์กรได้ นี่จึงเป็นที่มาของระบบ ERP ซึ่งจะรวมเอาส่วนของ M ตัวสุดท้ายก็คือ Manpower เข้าไปไว้ในส่วนของระบบงานที่เรียกตัวเองว่า ERP นั่นเอง ดังนั้นระบบ ERP จึงเป็นระบบที่ใช้ในการบริหารงานทรัพยากรทั้งหมดในองค์กร ( Enterprise Wide ) หรือกล่าวอีกอย่างหนึ่งก็คือ ระบบ ERP จะเป็นระบบที่ใช้ในการจัดการ 4 M ซึ่งจะประกอบไปด้วย Material , Machine , Money และ Manpower นั่นเอง ดังนั้นถ้าเราเข้าไปดูที่เมนูหลักของระบบ ERP เราจะพบว่ามีเมนูของทั้ง MRP และ MRP II รวมอยู่ด้วยเพราะ ERP มีต้นกำเนิดมาจากระบบ MRP และ MRP II นั่นเอง
ERP จะเน้นให้ทำ Business Reengineering เพื่อปรับปรุงระบบให้เข้ากับ ERP ซึ่งจะแบ่ง Function Area เป็น 4 ส่วนหลักๆ คือ
1. Marketing Sales
2. Production And Materials Management
3. Accounting And Finance
4. Human Resource
แต่ละส่วนจะมี Business Process อยู่ในนั้น ซึ่งจะมีหลาย Business Activity มาประกอบกัน เช่น activity การออก Invoice เป็น Activity แต่ละ Activity จะไปต่อเนื่องกันหลายๆอันออกไปจนกลายเป็น Process ที่เรียกว่า “Computer Order management” ซึ่งจะไปเกี่ยวข้องกับ Functional Area ที่เรียกว่า “Marketing And Sale”
Concept หลักๆของ ERP คือ เอาทุกข้อมูลของแต่ละแผนกมา Integrate กัน เพื่อ Share ข้อมูลกัน
ประวัติของ SAP
SAP ก่อตั้งที่ประเทศเยอรมันนี เมื่อปี 1972 (พ.ศ. 2515) สํานักงานใหญอยูที่ Walldorf, Germany
โดยการรวมตัวกันของอดีตพนักงานบริษัท IBM และเจริญเติบโตจนกลายเป็นบริษัท software ที่ใหญ่เป็นอันดับ5ของโลก มีบริษัทที่มีการใช้ SAP มากกว่า 6,000 บริษัท ใช้มากกว่า 50 ประเทศ ใช้มากกว่า 9,000 site มีส่วนแบ่งในตลาด client/server software กว่า 31% มีผู้ใช้เพิ่ม 50% ต่อปี มียอดขาย SAP R/3 เพิ่มขึ้น 70% ต่อปี
เป้าหมายธุรกิจในเริ่มแรก เน้นลูกค้าที่เป็นธุรกิจขนาดใหญ่ (Enterprise-scale) แต่ในปัจจุบันได้ขยายธุรกิจไปที่ลูกค้าขนาดเล็กและขนาดกลาง
• * SAP มีการสร้างระบบงานทางด้าน Financial Accounting ที่เป็นลักษณะ Real-time และ Integrate Software
• *ในปีต่อๆมา SAP ได้มีการพัฒนาระบบงานเพิ่มทางด้าน Material Management, Purchasing, Inventory Management และ Inventory Management และ Invoice Verification
• *ในปี 1997 ได้เปลี่ยนมาใช้ชื่อบริษัทเป็น System, Anwendungen, Produkte in der Datenverarbeitung(System Applications, Products in data Processing)และได้ย้ายสำนักงานใหญ่ไปที่เมือง Walldorf
• *จากนั้น SAPก็ได้พัฒนาระบบงานเพิ่มขึ้น เช่น Assets Accounting เป็นต้น
• * ในปี 1978 SAP ได้เสนอระบบงานที่เป็น Enterprisewide Solution ที่ชื่อว่า SAP/R2 ซึ่งทำงานอยู่บนระบบ Mainframe พร้อมกับเพิ่มระบบงานทางด้าน Cost Accounting
• *ในปี 1992 SAP ได้เสนอระบบงานที่ทำงานภายใต้ Environment ที่เป็น 3 Tier Clien/Server บนระบบ UNIX ที่ชื่อว่า SAP R/3
ในป พ.ศ. 2532 SAPไดตั้งสํานักงานใหญประจําภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกที่ประเทศสิงคโปร์เพื่อเป็นการรองรับการขยายตัวทางธุรกิจในเอเซียใตและประเทศย่านแปซิฟกต่อมาได้ขยายสาขาในภูมิภาคนี้ใน ออสเตรเลีย อินเดีย อินโดนิเซีย มาเลเซีย นิวซีแลนด์ ฟิลิปปินส์ และประเทศไทย
กรกฎาคม พ.ศ. 2546 องคการโทรศัพท์แห่งประเทศไทยได้เลือกใช้ mySAP Supplier Relationship
Management (SRM) เพื่อมาช่วยในการจัดซื้อจัดจ้าง และก่อให้กิด Supplier network ขึ้นมา โดยหวังวาในที่สุดจะทําใหมีการจัดซื้อจัดจางที่รวดเร็วขึ้นและลดตนทุนในการดําเนินธุรกิจได้ซึ่งมีผลิตอ 10 บริษัทที่เป็นคู่ค้า
ขององค์การโทรศัพท์
ลูกค้าที่สําคัญของ SAP ในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกคือ Singtel, Tata Group of Companies, Siam Cement, Telom Asia, PT Astra, San Miguel, Uniliver, FAW-Volkswagen, Sony Computer Entertainment, 7-Eleven Stores, General Motors, Novartis
ผลิตภัณฑ์ของ SAP
ระบบ SAP ประกอบด้วย หลาย module ของแต่ละส่วนของการจัดการที่เอามารวมกันและทำงานร่วมกัน เนื่องด้วยตลาดและความต้องการของลูกค้าเป็นตัวกระตุ้นการเปลี่ยนแปลงของระบบ มีบริษัท software ที่พยายามสร้างโปรแกรมที่สนับสนุนแต่ละส่วนของธุรกิจ ในขณะที่ SAP พยายามสร้าง software ที่เหมาะสม กับทุกธุรกิจ SAP โดยให้โอกาสเลือกใช้แค่ระบบเดียวแต่สามารถทำงานได้กับทุกส่านของธุรกิจ ทั้งยังสามารถติดตั้ง R/3 application มากกว่า 1 ตัวเป็นการเพิ่มความเร็วในการทำงาน SAPมีหลาย Module มีหน้าที่ที่ต่างกัน แต่ทำงานร่วมกัน เป็นหนึ่งเดียว (แต่ละ Module คือแต่ละส่วนของธุรกิจ) ผลิตภัณฑ์SAPมี 2 กลุ่ม คือ SAP R/2 ใช้สำหรับเมนเฟรม และ SAP R/3 ใช้กับระบบ client/server SAP เป็นบริษัทของ German แต่แยกการทำงานเป็น บริษัทย่อย, หุ้นส่วน, และ พันธมิตรทางธุรกิจทั่วโลก
หมายเลขกลุ่ม 1 Version 1.0
หัวข้อ : PayPal & Paysbuy: สารสิน, เบญจพล
วิธีการสมัคร Paypal http://ptc.icphysics.com/paypal_info.htm
เข้าไปที่ https://www.paypal.com
Paypal คือ ระบบบริการชำระเงินออนไลน์ โดยเปรียบเสมือนเป็นธนาคารแห่งหนึ่ง จะทำหน้าที่เก็บเงิน และถอนเงินเข้าสู่ธนาคารในประเทศไทยของท่าน ซึ่งในการรับเงินแต่ละครั้งนั้นจะมีค่าธรรมเนียมต่อครั้ง มีเรทดังต่อไปนี้
1. หากรับเงินภายในประเทศไทยด้วยกันเสียเรท 3.4%+030c รับเงิน $100 จะเสีย $3.7 ต่อ 1 ครั้งการรับเงิน
2. หากรับเงินนอกประเทศที่ไม่ใช่ประเทศไทยจะเสียเรท 3.9%+0.30c รับเงิน $100 จะเสีย $4.2 ต่อ 1 ครั้งการรับเงิน
หากจะสมัคร Paypal แนะนำให้ท่านสมัครแบบ Premier จะดีที่สุดครับ เพราะจะรับเงินจากบัตรเครดิตได้ทันที โดยไม่ต้องอัพเกรดครับ
http://ebaythai.blogspot.com/
แล้วก็ลิงค์นี้
http://www.thaiebayuser.com/paypal/index.php
เพย์พาล (อ่านเหมือน เพ-พาว) (PayPal) เป็นระบบธุรกิจที่ทำให้สามารถจ่ายเงินและโอนเงินผ่านทางอินเทอร์เน็ต ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2541 (ค.ศ. 1998) และเป็นส่วนหนึ่งของบริษัทขายของออนไลน์ อีเบย์ตั้งแต่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2545 เพย์พาลเป็นระบบการจ่ายเงินอีกรูปแบบหนึ่งใช้แทนที่การจ่ายเงินสด เช็ค หรือบัตรเครดิต โดยผู้ซื้อและผู้ขายจะจ่ายเงินผ่านระบบ และผู้ขายของหรือผู้รับงานจะเสียบริการให้กับทางบริษัท
เพย์พาลมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ ซานโฮเซ รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา
เพย์พาล (อ่านเหมือน เพ-พาว) (PayPal) เป็นระบบธุรกิจที่ทำให้สามารถจ่ายเงินและโอนเงินผ่านทางอินเทอร์เน็ต ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2541 (ค.ศ. 1998) และเป็นส่วนหนึ่งของบริษัทขายของออนไลน์ อีเบย์ตั้งแต่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2545 เพย์พาลเป็นระบบการจ่ายเงินอีกรูปแบบหนึ่งใช้แทนที่การจ่ายเงินสด เช็ค หรือบัตรเครดิต โดยผู้ซื้อและผู้ขายจะจ่ายเงินผ่านระบบ และผู้ขายของหรือผู้รับงานจะเสียบริการให้กับทางบริษัท
เพย์พาลมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ ซานโฮเซ รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา
บริษัท PaySbuy ถูกจัดตั้งโดยกลุ่มบุคคลที่มีความรู้และประสบการณ์ด้านการธนาคาร และด้านเทคโนโลยีข้อมูลสารสนเทศ ระบบ PaySbuy ถูกพัฒนาและได้รับการดูแลด้านเทคนิคจากบริษัท SinaptIQ บริษัทที่ได้รับการรับรองจากบริษัท Microsoft ในฐานะ Microsoft Certified Company นอกจากนี้บริษัท SinaptIQ ยังมีประสบการณ์ด้านการพัฒนาแอพพีเคชั่นให้แก่วงการธนาคารของไทย และเป็นบริษัทไทยแห่งแรกและแห่งเดียวที่ได้รับการรับรองจาก Visa และ MasterCard ให้เป็นผู้พัฒนาระบบ “Verified by Visa” และ “SecureCode” โดยในปัจจุบันบริษัท SinaptIQ ได้เป็นผู้พัฒนาระบบดังกล่าวให้แก่ธนาคารชั้นนำของไทยมากมาย และบริษัท SinaptIQ ยังเป็นผู้พัฒนาแอ็พพิเคชั่นระบบการชำระเงินผ่านโทรศัพท์มือถือซึ่งเป็นแอพพิเคชั่นที่ธนาคารชั้นนำให้บริการอยู่ในปัจจุบัน
thanks to all students, see you then, today we do not need to deliver group’s presentation.