งานมี ๒ ชิ้นหลัก
๑. บทความด้าน e-Commerce ๓ บทความ สำหรับ ๓ กลุ่ม และ
๒. บทความ ๓๐ ทักษะที่คนไอทีต้องมี สำหรับ ๒ กลุ่ม
นักศึกษาทยอย POST ลงมาได้เลยครับ
งานมี ๒ ชิ้นหลัก
๑. บทความด้าน e-Commerce ๓ บทความ สำหรับ ๓ กลุ่ม และ
๒. บทความ ๓๐ ทักษะที่คนไอทีต้องมี สำหรับ ๒ กลุ่ม
นักศึกษาทยอย POST ลงมาได้เลยครับ
นักศึกษา ครับ ทยอย POST การบ้านลงมาได้เลยครับ พบกันเย็นวันนี้ (๒๒ ส.ค.) ครับ
รายงานข่าวครั้งที่ 4
หมายเลขกลุ่ม 3
สมาชิก ธวัลยา(จิ๊บ) อรสา(โฟร์) พรรณวิไล(นิด)
หัวข้อ เปิดร้านขายของออนไลน์ ( ตอนที่ 1 )
ถ้าพูดถึงการมีร้านส่วนตัว โดยที่ไม่จำเป็นต้องลงทุนสูงมากนัก และไม่ต้องใช้คนจำนวนมาก หรือหาทำเลที่ตั้งให้มันยุ่งยาก ในสมัยนี้คนส่วนใหญ่ก็จะนึกถึง การเปิดร้านขายของออนไลน์ ซึ่งการเปิดร้านขายออนไลน์นั้น มีหัวข้อหลักๆ ที่จะต้องปฏิบัติอยู่ 4 ข้อ คือ
1. ขายอะไร คือการที่จะเปิดร้านขายของนั้นเราจะต้องรู้ก่อนว่าสิ่งที่เราต้องการจะขายนั้นเป็นสินค้าอะไร คุณจะต้องมีความเข้าใจในตัวสินค้านั้นๆ มากน้อยแค่ไหน เป็นสินค้าที่แปลกใหม่ เป็นสินค้าที่ตลาดต้องการ และจะต้องเป็นสิ่งที่คุณพอจะมีความถนัด หรือชอบในการขายสินค้านั้นๆ ด้วย
2. ขายให้ใคร หลังจากที่คิดและตัดสินใจแล้วว่าจะขายสินค้าอะไร จากนั้นแล้วเราก็ต้องมาคิดอีกว่าจะต้องขายสินค้านี้ให้กับใครบ้าง เช่น เป็นคนกลุ่มไหน อายุประมาณเท่าไหร่ ชายหรือหญิง เพื่อจะได้ทำการวางแผนและทำการสำรวจตลาดต่อไป
3. ขายที่ไหน เมื่อได้เลือกสินค้าที่จะขายและกลุ่มเป้าหมายที่จะขายได้แล้วนั้น เราจะต้องเลือกหาเว็บไซต์ เพื่อลงขายในเว็บนั้นๆ เช่น e-Marketplace,Amazon เป็นต้น
4. ขายอย่างไร ก่อนอื่นเราจะต้องรู้ว่าเราจะเปิดร้านขายของออนไลน์นั้นเพื่อขายสินค้าเอง ฝากขาย หรือว่าจะรับมาขาย เราก็มาพิจารณาดูว่ารูปแบบไหนดีที่สุด เหมาะสมที่สุด เพื่อที่จะได้รับกำไรสูงสุด
ข้อปฏิบัติเพิ่มเติม
-เรียนรู้ช่องทางการขาย ช่องทางการขายนั้นเป็นส่วนประกอบที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งเพราะทำให้การขายนั้นประสบความสำเร็จ โดยจะต้องเลือกช่องทางที่เหมาะสมกับสินค้า มีวิธีการขายของให้มีการพัฒนาเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ เพื่อให้มียอดขายที่เพื่อขึ้น ดังนั้นเราควรจะต้องศึกษาว่าช่องทางไหนที่ตัวเองถนัดที่สุด
-ลงมือปฏิบัติ เมื่อทำการกำหนดสินค้าที่จะขายได้แล้ว เลือกเว็บไซต์ที่จะลงได้ เลือกกลุ่มเป้าหมายได้แล้ว ก็ทำการสร้างรูปแบบเปิดร้านขายของออนไลน์ได้ตามที่ได้ทำการวางแผนไว้
-การโปรโมต เป็นอีกอย่างหนึ่งที่สำคัญมากสำหรับการเริ่มเปิดขายสินค้า เพราะถ้าไม่มีการโปรโมตร้านหรือในตัวสินค้าแล้ว ก็จะไม่มีใครรู้จัก หรือเข้ามาดูสินค้าและซื้อสินค้า ดังนั้นผู้ที่คิดจะขายสินค้านั้นต้องให้ความสำคัญกับการโปรโมตเป็นอย่างมาก
วันนี้จะมาพูดถึงประสบการณ์ตรงของผู้ประกอบการ 2 รายที่ใช้ช่องทางร้านออนไลน์ ทั้งแบบสร้างเว็บไซต์ของตนเอง และแบบลงประกาศขายสินค้าฟรี…
1.”เผด็จ หิรัญนุช” กับสินค้า กระดานดำแฟนซี และเปิดร้านออนไลน์จากเว็บไซต์ เขาเล่าว่าหลังจากเขาเรียนจบ
เขาก็เปิดร้านกระดานดำแฟนซีแต่สังเกตว่าลูกค้าที่เข้าร้านมีไม่มากเมื่อเทียบ จากทางโทรศัพท์และทาง Email
จึงคิดว่าเลือกเปิดเว็บไซต์เพื่อเป็นสื่อกลางสื่อสารการติดต่อกับลูกค้า เขาเลือกโปรแกรม ”เว็บไซต์สำเร็จรูป”
เพื่อสร้างเว็บของตัวเอง โดยเขาพิจรณาจากโปรแกรมที่ใช้งานง่าย อัพเดทข้อมูลได้ง่ายมีพื้นที่ใส่รูปเยอะ
ทุนเบื้องต้นในการทำร้านออนไลน์นั้น เผด็จบอกว่าอยู่ที่ 3,300-5,000 บาทต่อปี โดยเงินทุนส่วนนี้ถือเป็นทุนหมุนเวียนด้วย เพราะค่าใช้จ่ายส่วนนี้รวมทุกอย่างหมดแล้ว อาทิ ค่าเช่าพื้นที่ ค่าซอฟต์แวร์ ค่าโดเมนเนม (ชื่อเว็บไซต์ที่จดทะเบียน) ซึ่งถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับค่าเช่าร้านจริง ๆ แบบเดิม
ทุกวันนี้มีการหลอกลวงกันมากทำให้ลูกค้ากลัวเราต้องทำให้ลูกค้ามั่นใจ เช่น มีแผนที่ของร้านหรือบ้าน
เบอร์โทรศัพท์ ยิ่งมีสัมภาษณ์กับรายการต่างๆยิ่งดี
2. “กบ-รณภพ กัญจนิตานนท์” กับสินค้า “ตุ๊กตาล้อเลียน” รายนี้ใช้การ “ฝากขายออนไลน์” ผ่านเว็บไซต์
ซึ่งเจ้าตัวบอกว่า… อินเทอร์เน็ตให้ความสะดวกในการเข้าค้นหาสิ่งที่ต้องการ จึงเป็นอีกช่องทางหนึ่งของการจำหน่ายสินค้าได้และเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า…เพราะแทบไม่ต้องลงทุนอะไร มีเพียงแค่ถ่ายรูปสินค้า เขียนข้อความประชาสัมพันธ์ อธิบายถึงขั้นตอนการสั่งทำ-สั่งซื้อ ขั้นตอนการชำระเงิน และวิธีการรับสินค้าส่วนปัญหาก็มีอยู่บ้าง อาทิ ต้องหมั่นเข้าไปอัพเดทสถานะโฆษณาบ่อย ๆ เพื่อไม่ให้หน้าร้านออนไลน์ถูกทางเว็บขยับลงไปจากอันดับต้น ๆ จนทำให้ผู้เข้าชมเว็บไม่เห็นโฆษณาของเรา การเลือกเว็บไซต์ที่จะลงประกาศนั้น รณภพใช้หลักพิจารณาจากเว็บไซต์ที่มีปริมาณคนเข้าชมมาก ซึ่งวิธีนี้เหมาะกับกิจการเล็ก ๆ ที่ยังมีต้นทุนไม่มาก-ไม่พร้อมที่จะทำเว็บไซต์ของตัวเอง บางเว็บไซต์อาจไม่เหมาะกับสินค้า แต่หากไม่มีค่าใช้จ่ายก็ถือว่าเป็นการกระจายหน้าร้านไปหลาย ๆ ที่เรียกว่าการ “เพิ่มลิงค์” นี่เป็นทางเลือกที่สะดวกให้กับผู้ซื้อ ลงทุนน้อย มีข้อเปรียบเทียบระหว่างสินค้าชนิดเดียวกันให้ผู้ซื้อตัดสินใจ
รณภาพบอกด้วยว่า บางเว็บไซต์มีการเช็คจำนวนคนเข้าชมด้วย ก็ถือว่าดีมาก จะรู้ว่าร้านออนไลน์ของเรามีคนสนใจมากน้อยแค่ไหน ช่องทางการขายแบบนี้ถือว่าคุ้ม
ข้อดี
1.ลดค่าเช่าร้าน
2.มีลูกค้าทั่วโลก
3.ติดต่อกันได้ 24 ชม.
4.ไม่ต้องออกไปหาลูกค้า
EX.web
1.http://www.mrblackboard.com(กระดานดำแฟนซี)
2.http://www.pantipmarket.com/souvenir/topic/SV6880615.html (ตุ๊กตาล้อเลียน)
มาแล้ว ๒ ราย รออีก ๓
พบกัน เย็นนี้ ครับ
รายงานข่าว ครั้งที่ 4
หมายเลขกลุ่ม 1
ชื่อสมาชิกในกลุ่ม สารสิน เบญจพล [เบญ] ธงชัย
หัวข้อ ร้านค้าออนไลน์’ (1) ไม่ง่าย…แต่ก็ไม่ยากเกิน !!
“อินเทอร์เน็ต” นับวันจะมีบทบาทกับชีวิตคนไทยมากขึ้น และยุคนี้การใช้อินเทอร์เน็ตเปิด “ร้านค้าออนไลน์” “ประกาศซื้อ-ขายสินค้า” ก็เป็นอีกหนึ่งช่องทางสร้างเงินที่น่าสน โดยเฉพาะกับคนที่มีปัญหาเรื่องทำเลหรือขาดเงินทุนในการเปิดร้าน ซึ่งวันนี้ทางทีม “ช่องทางทำกิน” ก็เกาะกระแส นำข้อมูลมาให้พิจารณา…
ก่อนเปิดร้านออนไลน์ ก็ควรต้องพิจารณาหัวข้อต่อไปนี้คือ “ความรู้-ความเข้าใจ” ต้องเข้าใจว่าเว็บไซต์คืออะไร ทำงานอย่างไร ให้ประโยชน์อะไร และจะประยุกต์สินค้าที่มีให้เข้ากับเว็บไซต์ในด้านใดได้บ้าง
อันดับสอง “การเข้าถึง” หมายถึงการเข้าถึงเทคโนโลยีที่จะทำให้เราได้ประโยชน์สูงสุด ตรงกับเป้าหมายทางธุรกิจและกลุ่มลูกค้า และอันดับสาม “การพัฒนา” ร้านค้าออนไลน์ที่ดีหมายถึงร้านที่สร้างไม่เคยเสร็จ หมายความว่าต้องมีการอัพเดทข้อมูลใหม่ ๆ อยู่เรื่อย ๆ ไม่หยุดนิ่ง
ปัจจุบันแม้ไม่มีความรู้ทางด้านการเขียนโปรแกรม ก็สามารถพัฒนาร้านออนไลน์ของตนเองได้ เพราะมีโปรแกรมสำเร็จรูปและมีผู้ให้บริการด้านนี้คอยรองรับอยู่แล้ว
สำหรับการเปิดร้านค้าออนไลน์อาจจำแนกกว้าง ๆ ออกได้ 2 แนวทางคือ…
แนวทางที่ 1 ซื้อชื่อโดเมนและเช่าพื้นที่เซิร์ฟเวอร์ หรือการสร้างเว็บไซต์ร้านค้าออนไลน์ขึ้นเอง ซึ่งสามารถค้นหาบริษัทที่รับจดโดเมนโดยลองค้นหาในเสิร์ชเอ็นจิ้น เช่น google, yahoo, sanook โดยพิมพ์คำว่า “รับจดโดเมน” ก็จะพบรายชื่อบริษัทที่ให้บริการ ซึ่งเรื่องโดเมนนี้อธิบายง่าย ๆ ก็เหมือนกับชื่อบริษัท ชื่อร้าน หรือชื่อสินค้าบริการของคุณ ซึ่งควรจะเป็นชื่อที่จดจำได้ง่าย ไม่สับสน
เมื่อเลือกได้แล้ว ก็ลองใส่ชื่อที่ต้องการจดลงในช่องค้นหาชื่อเว็บไซต์ ถ้าหากชื่อนั้นยังไม่ถูกใช้งานก็จะสามารถลงทะเบียนเป็นเจ้าของชื่อได้ นอกจากนั้น เรื่องของพื้นที่สำหรับเว็บไซต์ก็เป็นอีกปัจจัยที่ต้องพิจารณา เพราะขนาดของพื้นที่ข้อมูลหรือเซิร์ฟเวอร์จะเป็นตัวเก็บข้อมูลต่าง ๆ โดยราคาพื้นที่จะแตกต่างกันไปตามขนาดพื้นที่ วิธีนี้ลูกค้าสามารถเข้าถึง เลือกชมสินค้า รวมทั้งสั่งซื้อ ได้โดยตรง
แนวทางที่ 2 การหาพื้นที่ฟรี หรือการลงประกาศสินค้าผ่านทางฟรีเว็บไซต์ ที่เปิดให้บริการลงโฆษณาขายสินค้าและบริการฟรี โดยอาจค้นหาจากในเสิร์ช์เอ็นจิ้นเหมือนแนวทางแรก โดยพิมพ์คำว่า “ลงประกาศฟรี” “ลงโฆษณาสินค้าฟรี” “เปิดร้านฟรี” ก็จะปรากฏเว็บไซต์ที่ให้บริการด้านนี้มากมาย อาทิ Pantipmarket.com, Tarad.com, Market2u.com เป็นต้น
แต่ละเว็บไซต์ก็จะมีเงื่อนไขในการลงประกาศหรือโฆษณาสินค้าแตกต่างกันไป เช่น จำนวนรูปภาพ จำนวนสินค้า ขนาดพื้นที่เว็บไซต์ แบบฟอร์มการติดต่อผ่านอีเมล์ ระบบรายการสั่งซื้อ อายุของการลงโฆษณา เป็นต้น ซึ่งผู้ที่จะใช้แนวทางนี้ก็ควรต้องศึกษาให้เหมาะสมกับตัวเอง
ขั้นตอนการทำสำหรับแนวทางที่ 2 ขอยกตัวอย่างจากการเปิดร้านกับเว็บไซต์ Tarad.com โดยเริ่มจากเปิดเข้าไปที่เว็บไซต์ จากนั้นคลิกเปิดที่หัวข้อเว็บไซต์สำเร็จรูป เลือกเว็บไซต์ฟรีเพื่อทดลองใช้งานดูก่อน หากใช้บริการแล้วพอใจก็อาจจะเปลี่ยนเป็นแพ็คเกจได้ในภายหลัง จากนั้นอ่านกฎกติกาดูว่าเหมาะสมกับธุรกิจหรือไม่
จากนั้นคลิกที่เริ่มต้นเปิดร้าน ทำการสมัครเป็นสมาชิก อ่านข้อตกลงการใช้บริการเสร็จก็ตอบยอมรับหากเห็นด้วย จากนั้นกรอกข้อมูลตามแบบฟอร์มที่ปรากฏอยู่ เมื่อเสร็จจากขั้นตอนนี้ก็จะเข้าสู่กระบวนการสร้างเว็บ โดยเริ่มกรอกข้อมูลเกี่ยวกับร้านค้า โดยเลือกจากหมวดหมู่ที่ต้องการ ตามด้วยรายละเอียดอื่น ๆ เมื่อเสร็จสิ้นครบถ้วนก็ให้ Login เข้าไปจัดการกับร้านค้าออนไลน์
ที่สำคัญ ก่อนที่จะเริ่มต้นใช้บริการ ควรศึกษาเงื่อนไขให้เข้าใจก่อน หรืออาจดาวน์โหลดข้อมูลต่าง ๆ หรือคู่มือการใช้บริการของเว็บไซต์ออกมาเก็บไว้เพื่อศึกษาด้วย
ทั้งนี้ กรณีการสร้างเว็บไซต์นั้น ข้อมูลจาก http://www.microsoft.com ให้คำแนะนำการสร้างเว็บไซต์ให้เป็นที่รู้จักไว้ว่า… 1.ควรเลือกใช้ชื่อหรือคีย์เวิร์ดที่เหมาะสม เพราะกว่าร้อยละ 90 ที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์นั้นมีต้นทางมาจากการค้นหาในเสิร์ชเอ็นจิ้น ซึ่งถ้าเลือกคำที่เหมาะสม โอกาสที่ถูกพบและคลิกเข้าดูเว็บย่อมมีมาก
2.ถ้าต้องการให้เว็บไซต์ของคุณติดอันดับต้น ๆ ในการค้นหา ควรทำให้เว็บไซต์อื่น ๆ สร้างลิงค์มาหา โดยอาจใช้วิธีส่งชื่อเว็บไซต์คุณไปยังเว็บไซต์กลุ่มอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง ส่งไปยังเว็บไซต์ทางธุรกิจต่าง ๆ หรืออาจจ่ายเงินเพื่อให้เว็บไซต์ชั้นนำสร้างลิงค์มายังคุณ, 3.ซื้อโฆษณา เป็นทางเลือกหนึ่งในกรณีที่การสร้างลิงค์และเลือกคีย์เวิร์ดที่เหมาะสมยังไม่บรรลุเป้าหมาย และ 4.บันทึกอีเมล์แอดเดรสของผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์ไว้เพื่อใช้ติดต่อภายหลัง และประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่าง ๆ เพื่อให้ชื่อเว็บไซต์เป็นที่รู้จัก
อาจเป็นเรื่องเทคนิคที่ดูยากสำหรับคนห่างไฮเทค แต่ก็ไม่ยากเกินกว่าจะเรียนรู้ และเมื่อทำได้แล้วในเบื้องต้นจากนั้นก็ขึ้นอยู่กับ “ไอเดีย+มันสมอง” และ “คุณภาพสินค้า-บริการ” ที่จะทำให้ “ร้านค้าออนไลน์” บรรลุเป้าหมายทางธุรกิจ ทั้งนี้ กับเรื่องนี้ “ช่องทางทำกิน” วันอาทิตย์ที่ 17 ส.ค.จะมีต่ออีกตอน…
ศิริโรจน์ ศิริแพทย์ :รายงาน
รายงานข่าวครั้งที่ 4
หมายเลขกลุ่ม 4
สมาชิก สุนันทา ตรีรัตน์ อัปสร
หัวข้อ 30ความสามารถสำหรับคน ไอที ต้องการ
30ความสามารถสำหรับคน ไอที ต้องการ
หัวหน้าไอทีไกด์ไว้ว่าทำอย่างไรถึงจะดีคุณต้องทำอย่างไรถึงจะได้สาระเนื้อความและประสบการณ์ความสามารถ
1. มีความสามารถในการใช้คำสั่ง พีซี ขึ้นพื้นฐาน
คุณสามารถพิมพ์แบคอัพไฟล์//หรือเพิ่มเน็ตเวิคร์คุณไม่จำเป็นต้องมีความรู้ความเข้าใจ ทำไมซีพียูหรือที่นักเขียนลงทะเบียนไว้แปลถ้าคุณทำงานเกี่ยวกับไอที คนมีความรู้ความสามารถทำบ้างอย่างได้
[ถ้าคุณมีไอทีซทัฟใครที่จะเป็นใส้เทียนตอนที่มอดดำ,เผ่าเค้าเรียนรู้เค้าทำอย่างไร]
2. โต๊ะทำงานช่วยเหลือทุกๆคนจาก ซีไอโอ สถาปนิคที่เก่าแก่ที่มีประสบการณ์เค้านั่งลงบนโต๊ะช่วยเหลือแล้วตอบคำถามจากเสียง
ไม่ใช่เฉพาะคุณที่จะมีทรัพย์สมบัติใหม่ที่มีคุณต่าสำหรับชาวบ้านที่มีเสียงแต่เราสามารถสอนเค้าให้มีความรู้ความสามารถในการประมวลและหลีกเลี่ยงสงครามได้ในอนาคต
3. พูดในที่สาธารณะครั้งหนี่งสั้นคุณนำเสอนหัวข้อแก่ข้าราชการถ้าสามารถนำเสนอ 5 นาทีเกี่ยวกับการสอนว่าไอเอ็มทำงานอย่างไรแต่อธิบายความรู้สอดแทรกในการพูดต่อหน้าผู้คนจำนวนนั้นคือทักษะที่คุณต้องการถ้าคุณรู้สึกประมาณหรือกลัวคุณสามารถคู่หูหรือใครบางคนที่ดีที่จะสามารถช่วยให้คุณลดความตื่นเต้น
4. สอนใครบางคน เป็นทางที่ดีที่คุณจะสามารถเรียนรู้การสอน
5. ฟังมากกว่าพูด ฉันพูดบางอย่างไม่บ่อยและไม่รู้แต่สามารถฟังคนอื่นๆพูดแล้วคิด
6. เข้าใจเครือข่ายพื้นฐานถ้าคุณเป็นวิศวะเครือข่ายโต๊ะช่วยเหลือและผู้วิเคราะห์หรือผู้บริหารระบบคุณต้องการที่จะเข้าใจว่าเครือข่ายต้องทำงานอย่างไรและสามารถอธิบายขั้นตอนที่สลับซับซ็อนอย่างง่ายคุณต้องเข้าใจ ดีเอ็นเอส และสามารถตรวจสอบมันอย่างดีที่สุดเมื่อมันทำงานกระตุกหรือมีเสียงและรู้เรื่องการทำงานของเครื่อง
7. มีความรู้การทำงานขี้นพื้นฐานของระบบ เข้าใจคำสั่งคำประเมินหรือทุกอย่างที่เครื่องต้องการสื่อ
8. รู้ทุกอย่างที่เครือข่ายเขียน ทุกๆคนในด้านไอทีต้องมีความรู้เกี่ยวเครือข่ายและเครื่องมีอขั้นพื้นฐานคุณต้องเข้าใจทุกสิ่งทุกอย่างเกี่ยวกับมันคุณสามารถแก้ปัญหาในเครือข่ายหรือสามารถที่จะบอกปัญหา
9. คุณต้องมีความรู้เกี่ยวกับความแตกต่างภายในของยี่ห้อต่างๆ ความกว้างความจุสูงสุดของฐานข้อมูลของเครื่องต่างกันแต่ละยี่ห้อมีความแตกต่างกันเพื่อประโยชน์สูงสุด
10. หลายคนสามารถคนมีความรู้ความสามารถที่จะนำต้นฉบับไปด้วยแต่นั้นไม่ได้หมายถึงโปรแกรมเมอร์ การตอบสนอนโปรแกรมที่ผิดพลาดด้วยข้อความมองหาความต้องการที่ผิดปกติสามารถนำความรู้ใส่เข้าไป
11. สำรองข้อมูลก่อนที่คุณจะทำอะไรทุกอย่างเพื่อประโยชน์ของคุณเองคุณต้องสำรองข้อมูล
12. ทดสอบข้อมูลที่สำรองไว้ถ้าคุณไม่ทดสอบข้อมูลที่สำรองไว้ข้อมูลอาจหายไป
13. ไม่มีข้อมูลทางสถิติใดว่าข้อมูลที่คุณบันทึนลงไปแล้วคนอื่นจะหาเจอถ้าเป็นอย่างนั้นทำไมเราไม่เขียนลงไป
14. อ่านไข่นกกาหว่าฉันไม่เข้าใจทำไมต้องเก็นข้อมูลไว้ในที่ ที่เสี่ยงแต่ความน่าจะเป็นคือไม่มีแต่มันคือเทคนิค
15. ทำงานทั้งคืนเพื่อโครงการ ไม่มีใครชอบที่จะทำแบบนั้นแต่ในส่วนของไอทีทำงานบนโครงการนรกเพื่อสี่งที่ต้องการทั้งคืนเพื่อความตั้งใจอย่างที่สุดเพื่อจะให้เสร็จทันเวลา