งาน
- ศึกษาและรายงานเทคโนโลยีที่น่าสนใจตามที่ได้รับมอบหมาย
- รายงานและเขียน BLOG
สั่งงาน ๘ ส.ค. | นำเสนอ ๑๕ ส.ค.
งานที่มอบหมาย วันศุกร์ที่ ๘ ส.ค. และมีกำหนดนำเสนอหน้าชั้นเรียน วันศุกร์ที่ ๑๕ ส.ค. คือ
“นำเสนอการประุยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในด้านต่าง ๆ” โดยมีัหัวข้อตามที่ได้หารือกันแล้ว แยกตามกลุ่มได้ดังนี้
รายชื่อกลุ่ม
กลุ่มที่ ๑ “ด้านบันเทิง”
- สารสิน
- เบญจพล [เบญ]
- ธงชัย
กลุ่มที่ ๒ “ด้านความมั่นคงของชาติและทางทหาร”
- ชวนันท์ [โดม]
- อนุชิต [เต้]
- พิเชษฐ์
กลุ่มที่ ๓ “ด้านอุตสาหกรรมและการผลิต”
- อรสา
- พรรณวิไล
- ธวัลยา
กลุ่มที่ ๔ “ด้านการสื่อสารและโทรคมนาคม”
- สุนันทา
- ตรีรัตน์ [เก๋]
- อัปสร
กลุ่มที่ ๕ “ด้านการศึกษา”
- ธัญยธรณ์
- เกศสุดา
กลุ่มที่ ๖ “ด้านธุรกิจ พาณิชย์ และสำนักงาน” หรือ “ด้านสาธารณสุขและการแำำพทย์” หรือ “ด้านหน่วยงานราชการ” [ ยังไม่เขียน BLOG และรายงาน และ "เงียบ" ]
- เขมินทร์
- พงศกร
ตัวอย่างการเขียน BLOG รายงาน “นำเสนอการประุยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในด้านต่าง ๆ”
รายงานข่าว ครั้งที่ 2
หมายเลขกลุ่ม …………………………….
ชื่อสมาชิกในกลุ่ม …………………………….
การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ด้าน ……………………
หัวข้อ …………………………..
้
URL …………………………….
ภาพรวมของเทคโนโลยี และ/หรือ ระบบสารสนเทศ ………………………………..
บทวิเคราะห์ ………………………………………………………………………………………….
ให้เวลาทั้งหมด รวม ๕ นาที แบ่งเป็น นำเสนอ ๔ นาที และแลกเปลี่ยนทัศนะกับเพื่อนร่วมชั้นเรียน ๑ นาที
ขอให้ นักศึกษาทุกคนเข้าเรียนตามเวลา และบริหารเวลาในการนำเสนอให้ดี จะได้ไม่กระทบกับเวลาบรรยายปกติ
สวัสดีครับ
รายงานข่าว ครั้งที่ 2
หมายเลขกลุ่ม 1
ชื่อสมาชิกในกลุ่ม สารสิน เบญจพล [เบญ] ธงชัย
การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ด้านบันเทิง
หัวข้อ B-LIVE RADIO
้
URL http://www.ryt9.com/news/2007-12-04/28439446/
ภาพรวมของเทคโนโลยี และ/หรือ ระบบสารสนเทศ
นวัตกรรมใหม่ สำหรับการฟังเพลงผ่านทางมือถือ ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงมาแล้ว จากอังกฤษ เป็นโปรแกรมที่พัฒนามาให้เข้าถึงโทรศัพท์มือถือได้มากที่สุด ไม่จำกัดว่าจะเป็นยี่ห้อใด ๆ โดย บริษัท Sydus เป็นผู้พัฒนาขึ้นเพื่อรับตอบกระแสดิจิทัดมิวสิคในปัจจุบัน ผ่านระบบ GPRS
ของเครือข่าย GSM โดยระบบสนับสนุนลิขสิทธิ์เพลงที่มีค่า ไม่มีการดาวน์โหลดเพลง แต่ใช้การ Streaming เพลง จาก Music Library ของเราที่มีเพลงลิขสิทธิ์กว่าสองพันเพลง ทั้งไทยและสากล อีกทั้งมีความพิเศษของระบบ B-LIVE Radio คือ ช่อง Clubbing ที่จะเปิดโอกาสให้เหล่าดีเจมือสมัครเล่นสามารถโชว์ออฟดนตรีที่แต่งขึ้นได้ แต่ไม่มีช่องทางเนื่องจากตลาดเพลง Electronica หรือ House ยังเป็นตลาดที่นิช(Niche) อยู่มาก มาแสดงฝีมือโดยส่งแทรคมาที่เพื่อคัดใส่ในช่อง Clubbing เพื่อเผยแพร่ฝีมือให้คนทั่วไปได้เห็น ทั้งนี้ได้มีการจับมือกันของ
BACARDI (ประเทศไทย)จำกัด ได้จับมือ Sydus และกับพันธมิตร จากค่ายเพลงทั้งในและต่างประเทศ อย่าง ยูนิเวอร์แซล ,แพลตทินัม และสมอลรูม และพันธมิตรยักษ์ใหญ่อย่าง AIS ที่เสนอข้อเสนอพิเศษฟรี GPRS สำหรับลูกค้า AIS ที่ฟัง B-LIVE Radio ผ่านทางโทรศัพท์มือถือเครือข่าย GSM
‘B-Live Radio’ สามารถฟังได้ทาง internet โดยคลิกไปที่ http://www.blivethailand.com/Radio หรือดาวน์โหลดโปรแกรมสำหรับฟังผ่านทางมือถือได้ที่ wap.blivethailand.com
บทวิเคราะห์
โปรแกรม ‘B-Live Radio’ ถือว่าเป็นนำเทคโนโลยีมาสนับสนุนทางบันเทิงได้เป็นอย่างดีและทันสมัยต่อยุคที่โลกหนุ่มสาวสมัยใหม่รักเสียงดนตรี โดยไม่มีข้อจำกัดของยี่ห้อ
กลุ่มที่ ๑ ส่งมาแล้ว กลุ่มที่เหลือ ทยอยเข้ามา POST ได้เลยครับ
ฝากกลุ่้มที่ ๑ ไว้ด้วยเลย วันศุกร์ที่ ๑๕ ส.ค. ขอให้มาก่อนเวลา และเซ็ตเครื่อง PC ไว้ให้พร้อมสำหรับ นำเสนองานเลย เริ่มที่กลุ่มที่ ๑ ลองไปซ้อมพูดดูว่า พูดให้ครบเนื้อหา ให้ได้ภายใน ๔ นาที และ มี ๑ นาที สำหรับแลกเปลี่ยนความคิดเห็น กับเพื่อน ๆ ครับ
รายงานข่าวครั้งที่ 2
หมายเลขกลุ่มที่5
ชื่อสมาชิก เกศสุดา,ธัญยธรณ์
การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ “ด้านการศึกษา”
หัวข้อ ประยุกต์ใช้ในงานด้านการศึกษา
URL http://www
การประยุกต์ใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศในปัจจุบัน ได้มีการนำมาใช้ในหลายสาขาวิชาชีพ ทั้งในด้านการศึกษา ด้านธุรกิจอุตสาหกรรม ด้านการแพทย์ ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่ออำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจ การทำงาน การศึกษาหาความรู้ ทำให้คุณภาพชีวิตของคนในสังคมปัจจุบันดีขึ้น นอกจากนี้หน่วยงานราชการต่างๆ ก็นำเทคโนโลยีสารสนเทศและ ระบบคอมพิวเตอร์ เข้ามาอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน ในการติดต่อประสานงานกับทางราชการ และในธุรกิจเอกชนทางด้านการโรงแรม และการท่องเที่ยว ก็ให้บริการข้อมูลข่าวสาร และบริการลูกค้าผ่านทางระบบอินเทอร์เน็ต ทำได้อย่างสะดวกรวดเร็วทันเหตุการณ์
ประยุกต์ใช้ในงานด้านการศึกษา
เทคโนโลยีสารสนเทศที่นำมาใช้สำหรับการเรียนการสอน เป็นการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่หลายอย่าง สอนด้วยสื่ออุปกรณ์ที่ทันสมัย ห้องเรียนสมัยใหม่ มีอุปกรณ์วิดีโอโปรเจคเตอร์ (Video Projector)มีเครื่องคอมพิวเตอร์ มีระบบการอ่านข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์แบบต่าง ๆ รูปแบบของสื่อที่นำมาใช้ในด้านการเรียนการสอน ก็มีหลากหลาย ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมในการนำมาใช้ เช่น คอมพิวเตอร์ช่วยสอน อิเล็กทรอนิกส์บุค วิดีโอเทเลคอนเฟอเรนซ์ ระบบวิดีโอออนดีมานด์ การสืบค้นข้อมูลในคอมพิวเตอร์ และระบบอินเทอร์เน็ต เป็นต้น
– คอมพิวเตอร์ช่วยสอน เป็นการนำเอาเทคโนโลยี รวมกับการออกแบบโปรแกรมการสอน มาใช้ช่วยสอน ซึ่งเรียกกันโดยทั่วไปว่าบทเรียน CAI ( Computer – Assisted Instruction ) การจัดโปรแกรมการสอน โดยใช้คอมพิวเตอร์ช่วยสอน ในปัจจุบันมักอยู่ในรูปของสื่อประสม (Multimedia) ซึ่งหมายถึงนำเสนอได้ทั้งภาพ ข้อความ เสียง ภาพเคลื่อนไหวฯลฯ โปรแกรมช่วยสอนนี้เหมาะกับการศึกษาด้วยตนเอง และเปิดโอกาสให้ผู้เรียนสามารถโต้ตอบ กับบทเรียนได้ตลอด จนมีผลป้อนกลับเพื่อให้ผู้เรียนรู้ บทเรียนได้อย่างถูกต้อง และเข้าใจในเนื้อหาวิชาของบทเรียนนั้นๆ
– การเรียนการสอนโดยใช้เว็บเป็นหลัก เป็นการจัดการเรียน ที่มีสภาพการเรียนต่างไปจากรูปแบบเดิม การเรียนการสอนแบบนี้ อาศัยศักยภาพและความสามารถของเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ซึ่งเป็นการนำเอาสื่อการเรียนการสอน ที่เป็นเทคโนโลยี มาช่วยสนับสนุนการเรียนการสอน ให้เกิดการเรียนรู้ การสืบค้นข้อมูล และเชื่อมโยงเครือข่าย ทำให้ผู้เรียนสามารถเรียนได้ทุกสถานท ี่และทุกเวลา การจัดการเรียนการสอนลักษณะนี้ มีชื่อเรียกหลายชื่อ ได้แก่ การเรียนการสอนผ่านเว็บ (Web-based Instruction) การฝึกอบรมผ่านเว็บ (Web-based Trainning) การเรียนการสอนผ่านเวิล์ดไวด์เว็บ (www-based Instruction) การสอนผ่านสื่อทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-learning) เป็นต้น
– อิเล็กทรอนิกส์บุค คือการเก็บข้อมูลจำนวนมากด้วยซีดีรอม หนึ่งแผ่นสามารถเก็บข้อมูลตัวอักษรได้มากถึง 600 ล้านตัวอักษร ดังนั้นซีดีรอมหนึ่งแผ่นสามารถเก็บข้อมูลหนังสือ หรือเอกสารได้มากกว่าหนังสือหนึ่งเล่ม และที่สำคัญคือการใช้กับคอมพิวเตอร์ ทำให้สามารถเรียกค้นหาข้อมูลภายในซีดีรอม ได้อย่างรวดเร็วโดยใช้ดัชนี สืบค้นหรือสารบัญเรื่อง ซีดีรอมจึงเป็นสื่อที่มีบทบาทต่อการศึกษาอย่างยิ่ง เพราะในอนาคตหนังสือต่าง ๆ จะจัดเก็บอยู่ในรูปซีดีรอม และเรียกอ่านด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ ที่เรียกว่าอิเล็กทรอนิกส์บุค ซีดีรอมมีข้อดีคือสามารถจัดเก็บ ข้อมูลในรูปของมัลติมีเดีย และเมื่อนำซีดีรอมหลายแผ่นใส่ไว้ในเครื่องอ่านชุดเดียวกัน ทำให้ซีดีรอมสามารถขยายการเก็บข้อมูลจำนวนมากยิ่งขึ้นได้
– วิดีโอเทเลคอนเฟอเรนซ์ หมายถึงการประชุมทางจอภาพ โดยใช้เทคโนโลยีการสื่อสารที่ทันสมัย เป็นการประชุมร่วมกันระหว่างบุคคล หรือคณะบุคคลที่อยู่ต่างสถานที่ และห่างไกลกันโดยใช้สื่อทางด้านมัลติมีเดีย ที่ให้ทั้งภาพเคลื่อนไหว ภาพนิ่ง เสียง และข้อมูลตัวอักษร ในการประชุมเวลาเดียวกัน และเป็นการสื่อสาร 2 ทาง จึงทำให้ ดูเหมือนว่าได้เข้าร่วมประชุมร่วมกันตามปกติ ด้านการศึกษาวิดีโอเทคเลคอนเฟอเรนซ์ ทำให้ผู้เรียนและผู้สอนสามารถติดต่อสื่อสารกันได้ ผ่านทางจอภาพ โทรทัศน์และเสียง นักเรียนในห้องเรียน ที่อยู่ห่างไกลสามารถเห็นภาพและเสียง ของผู้สอนสามารถเห็นอากับกิริยาของ ผู้สอน เห็นการเคลื่อนไหวและสีหน้าของผู้สอนในขณะเรียน คุณภาพของภาพและเสียง ขึ้นอยู่กับความเร็วของช่องทางการสื่อสาร ที่ใช้เชื่อมต่อระหว่างสองฝั่งที่มีการประชุมกัน ได้แก่ จอโทรทัศน์หรือจอคอมพิวเตอร์ ลำโพง ไมโครโฟน กล้อง อุปกรณ์เข้ารหัสและถอดรหัส ผ่านเครือข่ายการสื่อสารความเร็วสูงแบบไอเอสดีเอ็น (ISDN)
– ระบบวิดีโอออนดีมานด์ (Video on Demand) เป็นระบบใหม่ที่กำลังได้รับความนิยมนำมาใช้ ในหลายประเทศเช่น ญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกา โดยอาศัยเครือข่ายคอมพิวเตอร์ความเร็วสูง ทำให้ผู้ชมตามบ้านเรือนต่าง ๆ สามารถเลือกรายการวิดีทัศน์ ที่ตนเองต้องการชมได้โดยเลือกตามรายการ (Menu) และเลือกชมได้ตลอดเวลา วิดีโอออนดีมานด์ เป็นระบบที่มีศูนย์กลาง การเก็บข้อมูลวีดิทัศน์ไว้จำนวนมาก โดยจัดเก็บในรูปแหล่งข้อมูลขนาดใหญ่ (Video Server) เมื่อผู้ใช้ต้องการเลือกชมรายการใด ก็เลือกได้จากฐานข้อมูลที่ต้องการ ระบบวิดีโอ ออนดีมานด์จึงเป็นระบบที่จะนำมาใช้ ในเรื่องการเรียนการสอนทางไกลได้ โดยไม่มีข้อจำกัดด้านเวลา ผู้เรียนสามารถเลือกเรียน ในสิ่งที่ตนเองต้องการเรียนหรือสนใจได้
– การสืบค้นข้อมูล (Search Engine) ปัจจุบันได้มีการกล่าวถึงระบบการสืบค้นข้อมูลกันมาก แม้แต่ในเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ก็มีการประยุกต์ใช้ไฮเปอร์เท็กซ์ในการสืบค้นข้อมูล จนมีโปรโตคอลชนิดพิเศษที่ใช้กัน คือ World Wide Web หรือเรียกว่า www. โดยผู้ใช้สามารถเรียกใช้โปรโตคอล http เพื่อเชื่อมโยงเข้าสู่ระบบไฮเปอร์เท็กซ์ ซึ่งเป็นฐานข้อมูลในอินเทอร์เน็ต ไฮเปอร์เท็กซ์มีลักษณะเป็นแบบมัลติมีเดีย เพราะสามารถสร้างเป็นฐานข้อมูลขนาดใหญ่ ที่เก็บได้ทั้งภาพ เสียง และตัวอักษร มีระบบการเรียกค้นที่มีประสิทธิภาพ โดยใช้โครงสร้างดัชนีแบบลำดับชั้นภูมิ โดยทั่วไป ไฮเปอร์เท็กซ์จะเป็นฐานข้อมูลที่มีดัชนีสืบค้นแบบเดินหน้า ถอยหลัง และบันทึกร่องรอยของการสืบค้นไว้ โปรแกรมที่ใช้ในการสร้างไฮเปอร์เท็กซ์มีเป็นจำนวนมาก ส่วนโปรแกรมที่มีชื่อเสียงได้แก่ HTML Compossor FrontPage Marcromedia DreaWeaver เป็นต้น ปัจจุบันเราใช้วิธีการสืบค้นข้อมูล เพื่อนำข้อมูลที่ได้ไปใช้ประกอบในการทำเอกสารรายงานต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว
– อินเทอร์เน็ต คือเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ซึ่งประกอบด้วยเครือข่ายย่อย และเครือข่ายใหญ่สลับซับซ้อนมากมาย เชื่อมต่อกันมากกว่า 300 ล้านเครื่องในปัจจุบัน โดยใช้ในการติดต่อสื่อสาร ข้อความรูปภาพ เสียงและอื่น ๆ โดยผ่านระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ที่มีผู้ใช้งานกระจายกันอยู่ทั่วโลก ปัจจุบันได้มีการนำระบบอินเทอร์เน็ต เข้ามาใช้ในวงการศึกษากันทั่วโลก ซึ่งมีประโยชน์ในด้านการเรียนการสอนเป็นอย่างมาก
ประยุกต์ใช้ในงานทะเบียนของสถานศึกษา
– งานรับมอบตัว ทำหน้าที่ตรวจสอบหลักฐานที่นักศึกษานำมารายงานตัว จากนั้นก็จัดเก็บประวัติภูมิหลังนักศึกษา เช่น ภูมิลำเนา บิดามารดา ประวัติการศึกษา ทุนการศึกษา ไว้ในแฟ้มเอกสารข้อมูลประวัตินักศึกษา
– งานทะเบียนเรียนรายวิชา ทำหน้าที่จัดรายวิชาที่ต้องเรียนให้กั บนักศึกษา ในแต่ละภาคเรียนทุกชั้นปี ตามแผนการเรียนของแต่ละแผนก แล้วจัดเก็บไว้ในแฟ้มข้อมูลผลการเรียน
– งานประมวลผลการเรียน ทำหน้าที่นำผลการเรียนจากอาจารย์ผู้สอนมาประมวลในแต่ละภาคเรียน จากนั้นก็จัดเก็บไว้ในแฟ้มเอกสารข้อมูลผลการเรียน และแจ้งผลการเรียนให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทราบ
– งานตรวจสอบผู้จบการศึกษา ทำหน้าที่ตรวจสอบรายวิชา และผลการเรียน ที่นักศึกษาเรียนตั้งแต่เริ่มต้น จนกระทั่งจบหลักสูตร จากแฟ้มเอกสาร ข้อมูลผลการเรียน ว่าผ่านเกณฑ์การจบหรือไม่
– งานส่งนักศึกษาฝึกงาน ทำหน้าที่หาข้อมูลจากสถานที่ฝึกงาน ในแต่ละแห่งว่าสามารถรองรับจำนวน นักศึกษาที่จะฝึกงานในรายวิชาต่าง ๆ ได้เป็นจำนวนเท่าใด จากนั้นก็จัดนักศึกษา ออกฝึกงานตามรายวิชา ให้สอดคล้องกับจำนวนที่สถานประกอบการต้องการ
รายงานข่าว ครั้งที่ 2
หมายเลขกลุ่ม 2
ชื่อสมาชิกในกลุ่ม ชวนันท์ อนุชิต พิเชษฐ์
การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ด้านความมั่นคงของชาติและทางทหาร
หัวข้อ Decision Support System (DSS)
URL http://www.tortaharn.net/contents/index.php?option=com_content&task=view&id=99&Itemid=75
ในปัจจุบันการดำเนินการใดๆล้วนต้องการกระบวนการตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพ ในกิจการทางทหารเองก็มีการนำระบบสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจ(Decision Support System:DSS)มาใช้ เพราะการปฎิบัติการทหารนั้นมีผลเกี่ยวกับความมั่นคงของชาติ การตัดสินใจผิดพลาดนนั้นจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรง
DSS นั้นมีผู้ให้ความจำกัดความไว้มากมาย สามารถสรุปได้ดังนี้คือ “ระบบคอมพิวเตอร์ที่ช่วยเหลือในกระบวนการตัดสินใจของมนุษย์”
โดยทั่วไป DSSนำมาใช้กับปัญหาที่ต้องการใช้ ประสบการณ์ ความรู้ที่มีอยุ่ก่อนแล้ว หรือ ปัญหาที่ต้องใช้การคาดการณ์ เดา หรือ สุ่ม แก้ปัญหานั้น
องค์ประกอบของ DSS ประกอบด้วย ส่วนจัดเก็บข้อมูล ส่วนจัดการแบบจำลอง ส่วนติดต่อสื่อสารในส่วนนี้จะเกี่ยวข้องกับผู้ใช้งานจะติดต่อเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจส่วนนี้ ในปัจจุบันต้องการ ส่วนจัดการความรู้เพิ่มขึ้นมาด้วย เพื่อดึงความรู้จากบุคคลต่างๆในองค์กรมาเก็บในระบบเพื่อนำไปใช้งาน
การติดสินใจทางทหารมี3ระดับคือ ยุทธวิธี ยุทธการ และยทธศาสตร์ ดังนั้นการตัดสินใจล้วนแต่ต้องการเครื่องมือช่วยเหลือในการตัดสินใจที่แม่นยำDSS จึงเป็นเครื่องมือสำคัญและต้องได้รับการออกแบบให้มีความเหมาะสมกับความต้องการระดับต่างๆ
สำหรับกองทัพไทยนั้นได้พยายามนำ DSS มาใช้งาน โดยเริ่มแรกวัตถุประสงค์เพื่อการพัฒณาทักษะของผู้บังคับหน่วยและฝ่ายเสนธิการ แต่ปัจุบันพยายามนำมาใช้กับเหตุการณ์จริงรวมถึงกำลังพลในทุกระดับ แต่การใช้งานยังมีข้อจำกัด เพราะกำลังพลของกองทัพขาดความเข้าใจ ไม่มีการปรับตัว ยึดมั่นในวิธีเก่าๆ เช่น ใช้ความคิดของตนเองเป็นที่ตั้ง มีมุมมองว่าการตัดสินใจทางทหารไม่สามารถนำกระบวนการทางวิทยาศาสตร์มาใช้งานได้ สิ่งเหล่านี้เป็นอปสรรค์ต่อการพัฒณากองทัพให้มีขีดความสามารถที่จะรองรับภัยคุกคามใหม่ๆ
บทวิเคราะห์
Decision Support System:DSS เป็นระบบที่ใช้วิทยาศาสตร์ช่วยในการตัดสินใจ ช่วยให้มีความแม่นยำ ปราศจากอคติ เหมาะกับปัญหาที่ต้องใช้การคาดเดามาก DSS เป็นระบบวิเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์ จึงใช้ความน่าจะเป็นสูงสุดในการติดสินใจ ถึงแม้ว่ามีโอกาศผิดพลาด แต่โดยธรรมชาติแล้ว มนุษย์จะเลือกสิ่งที่มีความน่าจะเป็นสูงกว่า
นักศึกษา กลุ่มที่ ๒ และ ๕ ครับ
โอเค ขอบคุณสำหรับความตั้งใจ ….
ที่จริง ผมอยากได้ “กรณีศึกษา จริง ” ของจริง ที่ทำแล้ว อยากให้ “เอาของจริง” หรือ URL ข่าวที่ทำจริง แล้ว มาเล่าให้เพื่อนฟัง และมาวิเคราะห์กัน
ทฤษฎี ก็ว่าไปเรื่องหนึ่ง เวทีที่พูดหน้าชั้นนี้ อยากได้ของจริง มาเล่ากัน เช่น
หากเป็นภาครัฐ ก็จะเป็น ระบบการชำระภาษีผ่านอินเทอร์เน็ต
การศึกษา ก็จะเป็น เรื่องการลงทะเบียนออนไลน์ ระบบห้องสมุดออนไลน์
ความมั่นคง อาจจะเป็น ระบบการก่อกวนสัญญาณมือถือ เพื่อป้องกันการกดรีโมท ระเบิดสังหาร
เป็นต้น
อ้อ อีกข้อนึง เลือกข่าว ที่เป็นปัจจุบัน หน่อย ไม่เอาข่าว หรือบทความ ที่ย้อนหลังไปแล้วนาน ๆ หลายปี
ลองดู ครับ พบกัน เย็นวันศุกร์ที่ ๑๕ ครับ
สวัสดีครับ
หมายเลขกลุ่ม ๔
รายงานข่าวครั้งที่ ๒
ชื่อสมาชิกในกลุ่ม สุนันทา ตรีรัตน์ อัปสร
การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ด้าน การสื่อสาร และ โทรคมนาคม
หัวข้อ การสื่อสารโทรคมนาคมโดย ดาวเทียมสื่อสาร
URL :…………………
ดาวเทียม Milstar ดาวเทียมสื่อสารของกองทัพสหรัฐอเมริกา
ดาวเทียมสื่อสาร (communication satellite หรือเรียกสั้นๆ ว่า comsat) เป็นดาวเทียมที่มีจุดประสงค์เพื่อการสื่อสารและโทรคมนาคม จะถูกส่งไปในช่วงขอกาศเข้าสู่วงโคจรโดยมีความห่างจากพื้นโลกโดยประมาณ 35.786 กิโลเมตร ซึ่งความสูงในระดับนี้จะเป็นผลทำให้เกิดแรงดึงดูระหว่างโลกกับดาวเทียม ในขณะที่โลกหมุนก็จะส่งแรงเหวี่ยง ทำให้ดาวเทียมเกิดการโคจรรอบโลกตามการหมุนของโลก
ประวัติของดาวเทียมสื่อสาร
ดาวเทียมสื่อสารที่ส่งขึ้นไปครั้งแรกเมื่อปี 2508 โดยองค์การโทรคมนาคม ผู้ที่ริเริ่มแนวคิดการสื่อสารดาวเทียมคือ อาเธอร์ ซี คลาร์ก (Arthur C. Clarke) นักเขียนนวนิยายและสารคดีวิทยาศาสตร์ผู้มีชื่อเสียงปลายคริสตศตวรรษที่ 20 เขาสร้างจินตนาการการสื่อสารดาวเทียมให้เรารับรู้ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1945 โดยเขียนบทความเรื่อง “Extra Terrestrial Relay” ในนิตยสาร Wireless World ฉบับเดือน ตุลาคม 1945 ซึ่งบทความนั้นได้กล่าวถึงการเชื่อมระบบสัญญาณวิทยุจากมุมโลกหนึ่งไปยังอีกมุมโลกหนึ่ง ให้สามารถติดต่อสื่อสารกันได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยใช้สถานีถ่ายทอดวิทยุที่ลอยอยู่ในอวกาศเหนือพื้นโลกขึ้นไปประมาณ 35,786 กิโลเมตร จำนวน 3 สถานี
ดาวเทียมสื่อสาร
ในวันที่ 4 ตุลาคม ค.ศ. 1957 ข้อคิดในบทความของอาร์เธอร์ ซี คลาร์ก เริ่มเป็นจริงขึ้นมาเมื่อสหภาพโซเวียตได้ส่งดาวเทียม สปุตนิก ซึ่งเป็นดาวเทียมดวงแรกของโลกได้สำเร็จ ต่อมาเมื่อวันที่18 ธันวาคม ค.ศ. 1958 สหรัฐอเมริกาได้ส่งดาวเทียมเพื่อการสื่อสารดวงแรกที่ชื่อว่า สกอร์ (Score) ขึ้นสู่อวกาศ และได้บันทึกเสียงสัญญาณที่เป็นคำกล่าวอวยพรของประธานาธิบดีโอเซนฮาร์ว เนื่องเทศกาลคริสต์มาสจากสถานีภาคพื้นดินแล้วถ่ายทอดสัญญาณจากดาวเทียมลงมาสู่ชาวโลก นับเป็นการส่งวิทยุกระจายเสียงจากดาวเทียมภาคพื้นโลกได้เป็นครั้งแรก
วันที่ 20 สิงหาคม ค.ศ. 1964 ประเทศสมาชิกสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ITU) จำนวน 11 ประเทศ ร่วมกันจัดตั้งองค์การโทรคมนาคมทางดาวเทียมระหว่างประเทศ หรือเรียกว่า “อินเทลแซท” (INTELSATINTERNATIONAL TELECOMMUNICATIONS SATELLITE ORGANIZATION) ขึ้นที่กรุงวอชิงตันดี.ซี. สหรัฐอเมริกา โดยให้ประเทศสมาชิกเข้าถือหุ้นดำเนินการใช้ดาวเทียมเพื่อกิจการโทรคมนาคมพานิชย์แห่งโลก INTELSAT ตั้งคณะกรรมการ INTERIM COMMUNICATIONS SATELLITE COMMITTEE (ICSC) จัดการในธุรกิจต่าง ๆ ตามนโยบายของ ICSC เช่นการจัดสร้างดาวเทียมการปล่อยดาวเทียมการกำหนดมาตราฐานสถานีภาคพื้นดิน การกำหนดค่าเช่าใช้ช่องสัญญาณดาวเทียม เป็นต้น
วันที่ 10 ตุลาคม ค.ศ. 1964 ได้มีการถ่ายทอดโทรทัศน์พิธีเปิดงานกีฬาโอลิมปิกครั้งที่ 18 จากกรุงโตเกียว ผ่านดาวเทียม “SYNCOM III” ไปสหรัฐอเมริกานับได้ว่าเป็นการถ่ายทอดสัญญาณโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมครั้งแรกของโลก
วันที่ 6 เมษายน ค.ศ. 1965 COMSAT ส่งดาวเทียม “TELSAT 1” หรือในชื่อว่า EARLY BIRD ส่งขึ้นเหนือมหาสมุทรแอตแลนติก ถือว่าเป็นดาวเทียมเพื่อการสื่อสาร เพื่อการพานิชย์ดวงแรกของโลก ในระยะหลังมีหลายประเทศที่มีดาวเทียมเป็นของตนเอง (DOMSAT) เพื่อใช้ในการสื่อสารภายในประเทศ
บทวิเคราะห์ การสื่อสารดาวเทียมถือเป็นการสื่อสารที่สำคัญเพราะเราสามารถติดต่อสื่อสารกันผ่านสื่อนี้เช่นการอัพเดทข่าวสารการถ่ายทอดพิธีเปิดโอลิมปิคที่ปักกิ่ง หรือการพูดคุยผ่านสื่อการเชื่อมระบบสัญญาณวิทยุจากมุมโลกหนึ่งไปยังอีกมุมโลกหนึ่ง ให้สามารถติดต่อสื่อสารกันได้ตลอด 24 ชั่วโมง และอื่นอีกมากมายแค่นี้ก็ทำให้เราสะดวกในการติดต่ดสื่อสารกัน
OK , See you in class this evening
รายงานข่าว ครั้งที่ 2
หมายเลขกลุ่ม 3
ชื่อสมาชิกในกลุ่ม พรรณวิไล ธวัลยา อรสา
การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ด้าน อุตสาหกรรมและการผลิต
หัวข้อ พลาสติกย่อยสลายได้ทางชีวภาพจากมันสำปะหลัง ้
URL : http://www.trf.or.th/news/Content.asp?Art_ID=979
เนื่องจากพลาสกติกเป็นวัสดุที่สะดวกและมีราคาถูกแต่มีอายุการใช้งานสั้นมากย่อยสลายได้ยากและมีการทิ้งในปริมาณทวีคูณ จึงเกิดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมขึ้น
ดังนั้น รศ.ดร.สุวบุญ จิรชาญชัย จากวิทยาลัยปิโตรเคมี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และคณะ ได้ดำเนินโครงการพัฒนาเทโนโลยีการเตรียมสารประกอบสำหรับพลาสติกย่อยสลายได้ทางชีวภาพ โดยเห็นว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความพร้อมในด้านวัตุดิบมวลชีวภาพ และด้านอุตสาหกรรมพลาสติกโดยเฉพาะอุตสาหกรรมปลายน้ำ คณะวิจัยจึงได้ทำการพัฒนาสูตรการเตรียมสารประกอบสำหรับพลาสติก โดยการนำเข้าเม็ดพลาสติกและผสมกับสารแต่งเติมหลัก ได้แก่สารเติมแต่งเพื่อประสิทธิภาพการย่อยสลายได้ทางชีวภาพและลดต้นทุนการผลิตได้แก่แป้ง (แป้งมันสำปะหลัง) สารเพื่อเพิ่มการพัฒนาสมบัติทางกายภาพ เร่งการตกผลึก เป็นต้น เพื่อให้ได้สูตรการเตรียมเม็ดพลาสติกที่เหมาะสมสามารถขึ้นรูปด้วยเครื่องจักรจะเน้นที่ผลิตภัณฑ์จำพวกถุงพลาสติก โดยเฉพาะถุงบรรจุอาหาร ถุงใส่ของสด สำหรับการใช้งานบรรจุภัณฑ์ที่มีอายุการใช้งานสั้งและมีการทิ้งสูง สำหรับเป้าหมายของผลิตภัณฑ์ที่จะพัฒนาขึ้นในงานวิจัยนี้ คือ ถุงพลาสติกที่มีคุณภาพใกล้เคียงกับถุงพลาสติกที่ผลิตจากประเทศญี่ปุ่น โดยใช้องค์ความรู้และพึ่งพาเทคโนโลยีของตนเองได้โดยไม่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ทำให้ลดต้นทุนการผลิต การนำเข้าสินค้าพลาสติกย่อยสลายได้ในระดับหนึ่ง ทั้งนี้ สิ่งสำคัญในการวิจัยและพัฒนา คือ การพัฒนาสูตรที่ไม่ทับซ้อนกับสิทธิบัตรที่มีอยู่ เพื่อให้สินค้าที่ผลิตได้สามารถส่งออกไปขายในต่างประเทศและแข่งขันได้ในเวทีโลก
บทวิเคราะห์ : เนื่องจากถุงพลาสติกในปัจจุบันมีปริมาณที่มากขึ้นทำให้เกิดมลพิษในหลายๆด้าน ทั้งยังย่อยสลายได้ยาก เห็นด้วยที่จะใช้พลาสติกที่ย่อยสลายได้ที่ทำจากวัสดุทางธรรมชาติหรือวัสดุที่สามารถย่อยสลายได้ง่าย ทั้งยังในปัจจุบยังมีการรณรงค์การใช้ถูกผ้า หรือถูกที่ใช้แล้วสามารถกลับมาใช้ใหม่เพื่อเป็นการช่วยโลกของเราได้อีกทาง
รายงานข่าวครั้งที่ 2
กลุ่มที่6
หัวข้อ: ไอที เวิร์คส์
URL : http://www.adslthailand.com/forum/viewtopic.php?f=6&t=31777&start=0&st=0&sk=t&sd=a
ไอที เวิร์คส์” ตอกย้ำการเป็นผู้นำด้านผลิตภัณฑ์ Identification Technology ปิดยอดขายปี 48 โตกว่า 100% ทะลุ 80 ล้านบาท เผยปี 49 เตรียมเดินเกมรุกต่อเนื่องสู่หน่วยงานราชการและตลาดต่างประเทศ พร้อมกับออกผลิตภัณฑ์ใหม่ “TimeWORKS Offline” เครื่องลงเวลาประสิทธิภาพสูงที่ไม่ต้องใช้พีซีในการรันระบบ มั่นใจยอดขายปีนี้เพิ่มอีกเท่าตัวมากกว่า 160 ล้านบาท
นายณัฐวุฒิ พึงเจริญพงศ์ กรรมการผู้จัดการ (CEO) บริษัท ไอที เวิร์คส์ เปิดเผยว่า ในรอบปี 2548 ที่ผ่านมา บริษัทมียอดขายซอฟต์แวร์ด้าน Identification Technology (เทคโนโลยีที่ใช้ยืนยันตัวบุคคล) คิดเป็นจำนวนกว่า 80 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2547 ถึง 100% โดยผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมจากลูกค้าในลำดับต้น ๆ คือ ซอฟต์แวร์เกี่ยวกับลายนิ้วมือ, RFID , เครื่องอ่านบัตรประชาชน ทั้งรุ่น Magnetic และรุ่น Smart Card ซึ่งจะมีทั้งผลิตภัณฑ์ที่เป็นชุดพัฒนา (SDK) เพื่อจำหน่ายให้กับโปรแกรมเมอร์นำไปพัฒนาต่อ และผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปที่ลูกค้าสามารถนำไปใช้งานได้ทันที
ในปีที่ผ่านมา บริษัทมีการทำตลาดผ่านทางดิสทิบิวเตอร์ หลักจำนวน 4 รายคือ SIS, Value, Digital Com และ IT Distribution นอกจากนี้ ยังขายผ่านดีลเลอร์ในต่างจังหวัดด้วย เช่น ขอนแก่น, เชียงใหม่, หาดใหญ่, ชลบุรี และเพชรบุรี เป็นต้น ซึ่งทำให้ลูกค้าที่เป็นธุรกิจเอสเอ็มอีมีการขยายตัวค่อนข้างสูง โดยปัจจุบันมีธุรกิจเอสเอ็มอีที่ใช้ผลิตภัณฑ์ของบริษัทเป็นจำนวนมากกว่า 3,000 แห่งทั่วประเทศ คิดเป็นสัดส่วน 70% ของยอดขายทั้งหมดของบริษัท นอกจากนี้ บริษัทยังได้รุกตลาดไปยังหน่วยงานขนาดใหญ่ต่าง ๆ ทั้งภาคเอกชนและภาครัฐบาล เช่น AIS, ไทยทีวีสีช่อง 3, ทิปโก, โออิชิ, ยูนิฟ, กองทัพอากาศ และด่านตรวจคนเข้าเมือง เป็นต้น
ในปี 2549 นี้ บริษัทได้วางแผนการขยายตลาดสู่หน่วยงานภาครัฐให้เพิ่มขึ้น โดยตั้งเป้าหมายว่าจะเพิ่มสัดส่วนยอดขายให้ได้ถึง 50% จากปัจจุบันที่ตลาดหน่วยงานภาครัฐมีอยู่ประมาณ 30% ซึ่งบริษัทเตรียมโครงการที่จะจัดกิจกรรมในหน่วยงานราชการต่าง ๆ พร้อมเน้นการเข้าร่วมประมูลงานราชการให้มากขึ้น
“ขณะนี้เรามีโครงการงานราชการโดยทำ Border Pass ให้สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในการข้ามแดนผ่านไปประเทศมาเลเซีย ซึ่งการยืนยันตัวบุคคลด้วยลายนิ้วมือจะมีความแม่นยำ และสามารถช่วยงานทางด้านราชการได้มาก”
ทั้งนี้ บริษัทวางแผนที่จะขยายตลาดออกไปยังต่างประเทศเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันที่ได้เริ่มเปิดตลาดในประเทศกลุ่มตะวันออกกลางไปแล้วคือ ปากีสถาน และอินเดีย โดยบริษัทจะใช้กลยุทธ์หลักในการจัดหาและร่วมมือกับ Distributor ในประเทศเป้าหมาย เช่น ดูไบ, อังกฤษ, เยอรมนี และญี่ปุ่น เพื่อจำหน่ายผลิตภัณฑ์ SDK ซึ่งบริษัทมั่นใจว่าจะสามารถพัฒนาตลาดต่างประเทศให้เติบโตขึ้นได้ จากการที่ประเทศต่าง ๆ เหล่านั้นเริ่มให้การยอมรับและไว้วางใจในเทคโนโลยีด้าน Biometrics ของบริษัท
นายณัฐวุฒิกล่าวว่า ปัจจุบันมีบริษัทที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับเครื่องลงเวลาเป็นจำนวนมาก แต่ผลิตภัณฑ์ลงเวลาของไอที เวิร์คส์ ภายใต้ชื่อ “TimeWORKS” จะมีข้อแตกต่างจากบริษัทอื่นๆ ตรงที่ TimeWORKS จะใช้การปฏิบัติการบน PC ทั้งหมด โดยตัว Software จะถูกออกแบบมาให้เป็นแบบ PC Base โดยการทำงานทั้งหมด เช่น การประมวลผล, การออกรายงาน, การจับคู่ลายนิ้วมือ ฯลฯ ล้วนแล้วแต่ทำงานบนเครื่อง PC และลักษณะเด่นอีกข้อของไอที เวิร์คส์ ก็คือ บริษัทจะนำเข้าเฉพาะตัว Hardware แต่ในส่วนของ Software จะมีทีมโปรแกรมเมอร์ของบริษัทซึ่งมีความเชี่ยวชาญในด้านเทคโนโลยี Biometrics เป็นผู้คิดค้น และพัฒนาขึ้นเอง ในขณะที่บริษัทอื่น ๆ จะนำเข้าเครื่องลงเวลาสำเร็จรูปจากต่างประเทศมาทั้งชุด คือรวมทั้ง Hardware และ Software แล้วนำออกขายให้ลูกค้าโดยไม่มีการปรับปรุงและเปลี่ยนแปลง
ในปี 2549 บริษัทเตรียมเปิดตัว “TimeWORKS Offline” ผลิตภัณฑ์ด้านการลงเวลารูปแบบใหม่ที่พัฒนาขึ้นจากผลิตภัณฑ์เดิม คือ “TimeWORKS” โดย “TimeWORKS Offline” เป็นเครื่องลงเวลาที่ไม่ต้องใช้พีซีในการรันระบบ เนื่องจากภายในตัวเครื่องจะมี OS ขนาดเล็กที่มีหน่วยความจำสูง สามารถเก็บข้อมูลได้มากถึง 1,000–1,500 ลายนิ้วมือ และสามารถบันทึกได้มากกว่า 50,000 ครั้ง ก่อนที่จะนำส่งข้อมูลไปยังเซิร์ฟเวอร์
“แนวความคิดในการขายผลิตภัณฑ์ออฟไลน์นี้มาจากการที่ลูกค้าจำนวนมากต้องการติดตั้งจุดลงเวลาในหลาย ๆ ประตู และต้องการให้มีระบบควบคุมการเปิด-ปิดประตูทุกชั้นและทุกประตู ซึ่งการรันบนพีซีอาจทำให้เกิดปัญหาในแง่ของการสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายตัวพีซี และยังอาจไม่ได้รับความสะดวกในด้านการบริหารจัดการ”
ในปี 2549 ทางบริษัทเตรียมออกผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ด้าน Biometrics ให้มากขึ้น เช่น ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับการอ่านใบหน้า หรือโครงหน้า รวมถึงการ Educate ตลาดในผลิตภัณฑ์ RFID และ National ID Card SDK ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ซึ่งเมื่อรวมกับแผนการทำตลาดทั้งหมดของบริษัทแล้ว ทำให้คาดว่าจะสามารถเพิ่มยอดขายได้อีกถึงเท่าตัว คือประมาณ 160 ล้านบาท
เขมินท์ ครับผมเสนอหัวข้อไอทีกด้านข้าราชการ